posttoday
กล่องปริศนาค่าเงิน-ดอกเบี้ย

กล่องปริศนาค่าเงิน-ดอกเบี้ย

06 กุมภาพันธ์ 2556

เผลอนิดเดียวดัชนีหุ้นไทยก็พุ่งทะลุระดับ 1,500 จุด ตอนเปิดสัปดาห์นี้ โดยปิดวันที่ 4 ก.พ. 2556 ที่ 1,506.37 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี และที่ร้อนแรงพอกับตลาดหุ้น คือ ข้อถกเถียงเรื่องดอกเบี้ยกับค่าเงิน ที่ทางฝ่ายการเมืองต้องการให้ลดดอกเบี้ย ส่วนฝ่ายแบงก์ชาติก็ “ยัน” ไว้สุดๆ เพื่อคงความเป็นอิสระที่จะไม่ถูก “กดดัน” จากรัฐบาล

เผลอนิดเดียวดัชนีหุ้นไทยก็พุ่งทะลุระดับ 1,500 จุด ตอนเปิดสัปดาห์นี้ โดยปิดวันที่ 4 ก.พ. 2556 ที่ 1,506.37 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี และที่ร้อนแรงพอกับตลาดหุ้น คือ ข้อถกเถียงเรื่องดอกเบี้ยกับค่าเงิน ที่ทางฝ่ายการเมืองต้องการให้ลดดอกเบี้ย ส่วนฝ่ายแบงก์ชาติก็ “ยัน” ไว้สุดๆ เพื่อคงความเป็นอิสระที่จะไม่ถูก “กดดัน” จากรัฐบาล

แต่ละฝ่ายต่างก็งัดเหตุผลมาโต้แย้งกันแทบทุกวัน เพราะฝ่ายหนึ่งก็ “อ้าง” ว่า ถ้าไม่ลดดอกเบี้ยจะทำให้เกิดฟองสบู่จากเงินทุนไหลเข้า เหมือนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ส่วนอีกฝ่ายก็ “โต้” ว่า ถ้าลดดอกเบี้ยจะเป็นสาเหตุให้เกิดฟองสบู่ เพราะเป็นการชะลอการออม กระตุ้นการใช้จ่าย ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อและฟองสบู่ในที่สุด

เหตุผลทั้งสองฝ่ายต่างก็ถูกต้อง “ตามทฤษฎี” แต่ในทางปฏิบัติที่มีหลายตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีความเป็นไปได้พอๆ กันที่ผลจะเป็นไปตามที่แต่ละฝ่ายยกขึ้นมา

การโต้แย้งของทั้งสองฝ่ายคล้ายๆ กับแบบทดสอบหรือการทดลองทางความคิดของ Erwin Schrodinger นักวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ โดยเขาตั้งคำถามให้คิดตามว่า ถ้านำแมว หลอดยาพิษ และสารกัมมันตภาพรังสี ใส่ไปในกล่องที่ปิดสนิท ผ่านไปสักช่วงหนึ่ง “แมวจะตายหรือไม่” โดยเขาอธิบายว่า ถ้าสารกัมมันตภาพรังสีแผ่รังสีออกมา ซึ่งมีโอกาส 50/50 ที่จะเกิดขึ้น ตัวจับรังสีก็จะทำให้กลไกปล่อยค้อนทุบหลอดยาพิษแตก ทำให้พิษกระจายสู่แมวและแมวก็จะตาย แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แมวก็จะยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งจะรู้แน่ชัดก็ต่อเมื่อเปิดกล่องแล้วเท่านั้น

แต่ถ้ากล่องยังปิดอยู่ก็มีความเป็นไปได้ทั้งสองด้านที่แมวจะตายและมีชีวิต ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามนี้

เพราะฉะนั้น ถ้าเอาดอกเบี้ย เงินบาท ทุนต่างชาติ และฟองสบู่ใส่เข้าไปในกล่องปริศนาของ Schrodinger ตราบใดที่กล่องยังปิดอยู่ คำตอบก็เป็นไปได้ทั้งสองด้านในทุกคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ลดดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง เพราะจะทำให้อัตราดอกเบี้ยไทยใกล้กับที่อื่น และเมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง เงินร้อนจากต่างชาติก็จะไม่ไหลเข้ามามาก ไม่เป็นแรงดันให้เงินบาทแข็งตัวขึ้น ท้ายสุดเมื่อไม่มีแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไร ฟองสบู่ก็จะไม่เกิดขึ้น

แต่ผลก็สามารถออกมาได้อีกทาง คือ ดอกเบี้ยลดไม่อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่า เพราะต้องลดอัตราดอกเบี้ย 11.5% ถึงจะทำให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยกับที่อื่น ถ้าลดเพียง .2550% จะไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น เงินที่ไหลเข้าไม่ใช่ว่าจะเข้าไปเก็งกำไรในตลาดตราสารหนี้ แต่บางส่วนก็เข้าไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เงินร้อนยังคงไหลเข้ามาอยู่ดีและมีโอกาสเกิดฟองสบู่

ดังนั้น คำตอบของกล่องปริศนาจึงยังคงเป็นไปได้ทั้งสองทาง ซึ่งทางออกจริงๆ ก็ต้องเจรจากัน โดยทั้งสองฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย

อย่าให้ความอยากรู้อยากเห็น (หรือทิฐิ) ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ต้องฆ่าแมว (หรือเศรษฐกิจไทย) โดยไม่จำเป็นเลย n
กล่องปริศนา

ค่าเงินดอกเบี้ย

เผลอนิดเดียวดัชนีหุ้นไทยก็พุ่งทะลุระดับ 1,500 จุด ตอนเปิดสัปดาห์นี้ โดยปิดวันที่ 4 ก.พ. 2556 ที่ 1,506.37 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี และที่ร้อนแรงพอกับตลาดหุ้น คือ ข้อถกเถียงเรื่องดอกเบี้ยกับค่าเงิน ที่ทางฝ่ายการเมืองต้องการให้ลดดอกเบี้ย ส่วนฝ่ายแบงก์ชาติก็ “ยัน” ไว้สุดๆ เพื่อคงความเป็นอิสระที่จะไม่ถูก “กดดัน” จากรัฐบาล

แต่ละฝ่ายต่างก็งัดเหตุผลมาโต้แย้งกันแทบทุกวัน เพราะฝ่ายหนึ่งก็ “อ้าง” ว่า ถ้าไม่ลดดอกเบี้ยจะทำให้เกิดฟองสบู่จากเงินทุนไหลเข้า เหมือนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ส่วนอีกฝ่ายก็ “โต้” ว่า ถ้าลดดอกเบี้ยจะเป็นสาเหตุให้เกิดฟองสบู่ เพราะเป็นการชะลอการออม กระตุ้นการใช้จ่าย ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อและฟองสบู่ในที่สุด

เหตุผลทั้งสองฝ่ายต่างก็ถูกต้อง “ตามทฤษฎี” แต่ในทางปฏิบัติที่มีหลายตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีความเป็นไปได้พอๆ กันที่ผลจะเป็นไปตามที่แต่ละฝ่ายยกขึ้นมา

การโต้แย้งของทั้งสองฝ่ายคล้ายๆ กับแบบทดสอบหรือการทดลองทางความคิดของ Erwin Schrodinger นักวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ โดยเขาตั้งคำถามให้คิดตามว่า ถ้านำแมว หลอดยาพิษ และสารกัมมันตภาพรังสี ใส่ไปในกล่องที่ปิดสนิท ผ่านไปสักช่วงหนึ่ง “แมวจะตายหรือไม่” โดยเขาอธิบายว่า ถ้าสารกัมมันตภาพรังสีแผ่รังสีออกมา ซึ่งมีโอกาส 50/50 ที่จะเกิดขึ้น ตัวจับรังสีก็จะทำให้กลไกปล่อยค้อนทุบหลอดยาพิษแตก ทำให้พิษกระจายสู่แมวและแมวก็จะตาย แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แมวก็จะยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งจะรู้แน่ชัดก็ต่อเมื่อเปิดกล่องแล้วเท่านั้น

แต่ถ้ากล่องยังปิดอยู่ก็มีความเป็นไปได้ทั้งสองด้านที่แมวจะตายและมีชีวิต ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามนี้

เพราะฉะนั้น ถ้าเอาดอกเบี้ย เงินบาท ทุนต่างชาติ และฟองสบู่ใส่เข้าไปในกล่องปริศนาของ Schrodinger ตราบใดที่กล่องยังปิดอยู่ คำตอบก็เป็นไปได้ทั้งสองด้านในทุกคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ลดดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง เพราะจะทำให้อัตราดอกเบี้ยไทยใกล้กับที่อื่น และเมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง เงินร้อนจากต่างชาติก็จะไม่ไหลเข้ามามาก ไม่เป็นแรงดันให้เงินบาทแข็งตัวขึ้น ท้ายสุดเมื่อไม่มีแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไร ฟองสบู่ก็จะไม่เกิดขึ้น

แต่ผลก็สามารถออกมาได้อีกทาง คือ ดอกเบี้ยลดไม่อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่า เพราะต้องลดอัตราดอกเบี้ย 11.5% ถึงจะทำให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยกับที่อื่น ถ้าลดเพียง .2550% จะไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น เงินที่ไหลเข้าไม่ใช่ว่าจะเข้าไปเก็งกำไรในตลาดตราสารหนี้ แต่บางส่วนก็เข้าไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เงินร้อนยังคงไหลเข้ามาอยู่ดีและมีโอกาสเกิดฟองสบู่

ดังนั้น คำตอบของกล่องปริศนาจึงยังคงเป็นไปได้ทั้งสองทาง ซึ่งทางออกจริงๆ ก็ต้องเจรจากัน โดยทั้งสองฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย

อย่าให้ความอยากรู้อยากเห็น (หรือทิฐิ) ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ต้องฆ่าแมว (หรือเศรษฐกิจไทย) โดยไม่จำเป็นเลย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน