posttoday
ขย่มฑปท.ต้องลดดอกเบี้ย

ขย่มฑปท.ต้องลดดอกเบี้ย

06 กุมภาพันธ์ 2556

ต้องเรียกว่ารัฐบาลเปิดศึกกันซึ่งหน้าและรอบด้าน เพื่อกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หาทางลดดอกเบี้ยลงมาเพื่อดูแลค่าเงินบาท

ต้องเรียกว่ารัฐบาลเปิดศึกกันซึ่งหน้าและรอบด้าน เพื่อกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หาทางลดดอกเบี้ยลงมาเพื่อดูแลค่าเงินบาท

ไม่เฉพาะ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ ธปท. ที่ออกมาขย่มในระลอกแรก

ระลอกที่สอง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็อาศัยช่องทางของสื่อแจ้งให้ทราบว่า ได้ทำหนังสือถึง วีรพงษ์ ในฐานะประธานบอร์ด ธปท. ให้แจ้งความห่วงใยของตัวเองในเรื่องนโยบายดอกเบี้ย

ล่าสุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.พ. กิตติรัตน์ ก็พูดกลางที่ประชุมว่า “วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำตัวเป็น กรมเงินเฟ้อ” ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีหน่วยงานทำหน้าที่ดูแลเงินเฟ้ออยู่แล้ว เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง

“ผมพูดมาหลายครั้งแล้วว่า วันนี้แบงก์ชาติทำตัวไม่ต่างจากกรมเงินเฟ้อ ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีหน่วยงานที่ดูแลเงินเฟ้ออยู่แล้ว แต่แบงก์ชาติก็กลัวเงินเฟ้ออยู่ได้ จนไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามามาก จนค่าเงินบาทแข็งอย่างทุกวันนี้” แหล่งข่าวยกคำพูดของ กิตติรัตน์

สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามกดดัน ธปท.ให้ลดดอกเบี้ยลงมาโดยเร็ว

หลังเสร็จสิ้นการประชุม กิตติรัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ธปท. เพื่อขอให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงมาจริง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ ทำให้มีเงินไหลเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ที่เงินทุนจะอยู่ในประเทศไม่นาน จึงต้องระวังค่าเงินที่ผันผวน

“ขอให้ช่วยไปเปิด พ.ร.บ.แบงก์ชาติ ด้วยว่า รมว.คลัง มีหน้าที่ดูแลกำกับภารกิจของ ธปท. ดังนั้นหน้าที่ในการให้ความเห็นของผมมีแน่นอน และผมก็มีความบริสุทธิ์ใจในการแสดงความเห็น นี่ไม่ใช่เรื่องที่มาผนวกกับเวลาที่มีเหตุการณ์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง” กิตติรัตน์ กล่าว

หลัง รมว.คลัง ส่งหนังสือถึงประธานบอร์ด ธปท.แล้ว ทางทีมงานของนายกรัฐมนตรีก็แจ้งยกเลิกการประชุมผลกระทบค่าเงินบาทแข็งในวันพุธที่ 6 ก.พ.นี้ โดยแจ้งเพียงว่านายกรัฐมนตรีติดภารกิจอื่น ไม่ว่างประชุม โดยตามปกติคณะกรรมการชุดนี้จะมีการหารือสถานการณ์ค่าเงินบาทและเงินทุนไหลเข้าในทุกวันพุธ เวลา 09.30 น.

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงการคลังทำถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะตามปกติเรื่องเช่นนี้ควรมีการหารือกันภายใน ที่สำคัญการออกหนังสือเพื่อกำชับบทบาทหน้าที่ดังกล่าวของบอร์ด ธปท. ก็หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย เนื่องจากผู้ออกหนังสือก็ไม่ได้มีอำนาจในเรื่องการกำหนดดอกเบี้ย เช่นเดียวกันบอร์ด ธปท. ก็ไม่ได้กำหนดดอกเบี้ย ฉะนั้นถึงประธานจะนำเรื่องนี้เข้ามาหารือในบอร์ด ธปท. ก็คงทำได้แค่หารือหรือรับทราบเท่านั้น ไม่สามารถสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยหรือไม่ได้

และถึงแม้ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรรมการ กนง. จะบอกว่า แม้ฝ่ายการเมืองจะออกมาเรียกร้องให้ กนง.พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยสกัดเงินทุนไหลเข้าประเทศ และช่วยลดการแข็งค่าของเงินบาทลง จะไม่ได้เป็นแรงกดดันต่อตัวเองในการตัดสินใจเรื่องนี้

แต่ก็ต้องเกาะติดเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดว่า ในการประชุม กนง.รอบต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.พ.นี้

ผลจะเป็นเช่นไร ฝ่ายการเมืองกดดันสำเร็จหรือไม่

รอลุ้นกัน

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?