
ฮอนด้าไม่รอด ส่งอัยการฟ้องลุ้นคดีถึงศาล
โพสต์ทูเดย์
— ส่งคดี เอ.พี.ฮอนด้า ให้อัยการฟ้อง หลังพบมีพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าไม่เป็นธรรมจริงนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า มีมติให้ส่งอัยการฟ้องบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ตามข้อสรุปและข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสอบสวนการร้องเรียนบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เข้าข่ายมีพฤติกรรมแข่งขันการค้าไม่เป็นธรรม จนกระทบต่อธุรกิจลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นการทำผิดตามมาตรา 29 ตามพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 มีโทษปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำคุก โดยกรมการค้าภายในจะดำเนินการส่งเรื่องฟ้องต่ออัยการในเร็วๆ นี้
“
ถือเป็นกรณีแรกที่มีการฟ้องเอาผิดตามกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นการสอบสวนตามขั้นตอนที่พิจารณาจากข้อเท็จจริง พยาน 23 ฝ่าย และหลักฐานกว่า 2,000 หน้า ประชุมกันถึง 12 ครั้ง พบว่ามีการกระทำที่ไม่ใช่การแข่งขันที่เป็นธรรม จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจรายอื่นจริง คาดว่าจะมีการขยายผลต่อไปถึงขั้นศาลได้” นายยรรยง กล่าวสำหรับ เอ.พี.ฮอนด้า ได้ใช้อำนาจเหนือตลาดห้ามตัวแทนจำหน่าย (เอเยนต์) ขายรถจักรยานยนต์ของบริษัทคู่แข่ง โดยได้มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2544
ในสวทั้งนี้ ในส่วนข้อร้องเรียนอื่นๆ ทั้งเรื่องค้างเก่า กรณีขายเหล้าพ่วงเบียร์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ และธุรกิจข้าวสาร ตลอดจนข้อร้องเรียนใหม่ที่เพิ่มเข้ามา จะมีการเรียกประชุมรอบต่อไปอีกครั้งย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้สามารถพิจารณาประเด็นเอ.พี.ฮอนด้าได้เพียงเรื่องเดียว ซึ่งนางพรทิวา จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการฯ อีกครั้งในเร็วๆ นี้ เพื่อพิจารณาในเรื่องการตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนอีก 3 เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา คือ การขายเหล่าพ่วงเบียร์ การกีดกันทางการค้าในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และขายข้าวถุงต่ำกว่าทุน
++นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาข้อร้องเรียนการค้าที่ไม่เป็นธรรมอีก 5 เรื่อง ที่ได้มีการเสนอเข้ามา ได้แก่ 1.การบังคับให้ซื้อพ่วงน้ำตาลทรายชนิดพิเศษ โดยโรงงานน้ำตาลทรายบังคับให้ยี่ปั๊วซื้อน้ำตาลทรายขาวพ่วงน้ำตาลทรายแดง เพราะโรงงานขายน้ำตาลทรายแดงยาก 2.ร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบินสุวรรณภูมิปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพราะให้บริการผู้ซื้อสามารถฝากเก็บสินค้าไว้ก่อนได้ ซึ่งผู้ร้องเรียนอ้างว่า เป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ร้านค้าอื่นๆ สูญเสียรายได้ 3.การขายพ่วงซอฟต์แวร์เกมอย่างไม่เป็นธรรม โดยผู้ให้บริการเกมออนไลน์บังคับขายพ่วงเกมที่ไม่ได้รับความนิยม 4.ผู้ให้แฟรนไชส์ยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์อย่างไม่เป็นธรรม และ 5.การตกลงกัน หรือฮั้วกันจำหน่ายน้ำแข็งในตลาดคลองเตยของเอเยนต์รายใหญ่
++พันตำรวจโท มานะ กรอบช่วย ประธานอนุกรรมการสอบสวนกรณีเอ.พี.ฮอนด้า กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของอัยการและศาลที่จะส่งฟ้องดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ หากเห็นว่าข้อมูลไม่เพียงพอก็จะส่งกลับให้คณะกรรมการฯ พิจารณาว่าจะดำเนินการฟ้องต่อหรือยกเลิก
++ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการฯ เคยส่งอัยการฟ้องมาแล้ว แต่อัยการเห็นว่ายังทำไม่ถูกขั้นตอน ก็ส่งกลับมาให้ดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนตามขบวนการและหาหลักฐาน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า จึงได้ส่งฟ้องอีกครั้ง โดยคาดว่าครั้งนี้จะมีการดำเนินการในขั้นศาลต่อไป







