
เกาะติดสถานการณ์
ดึงห้างแก้ผลไม้ราคาตก
ดึงห้างแก้ผลไม้ราคาตก
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมการค้าภายในสำรวจผลผลิตและข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ของกลุ่มสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล หากพบว่ารายการใดมีปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำให้ประสานไปยังห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ให้เข้ามารับซื้อและช่วยกระจายสินค้าไปตามสาขาของห้างค้าปลีก ล่าสุดห้างบิ๊กซีได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เป็นระยะเวลา 1 ปี ในการส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรของไทย โดยปี 2556 ห้างบิ๊กซีร่วมมือรับซื้อผักและผลไม้วางจำหน่ายใน 350 สาขา รวม 7.02 หมื่นตัน มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปี 2555
เร่งออกไกด์ไลน์ค้าปลีกช่วยสินค้า
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมฯ จะเร่งรัดให้ออกเกณฑ์แนวทางปฎิบัติความตกลงเงื่อนไขทางการค้าที่เป็นธรรม ระหว่างผู้ผลิตกับผู้ประกอบการค้าปลีก(ไกด์ไลน์ค้าปลีก) และเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแข่งขันการค้าเป็นธรรมเห็นชอบในเร็วๆ นี้ เพื่อดูแลความเป็นธรรมให้กับสินค้าทั้งหมด รวมถึงกรณีข้าวถุงที่ออกมาร้องเรียนว่าถูกห้างค้าปลีกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการวางสินค้าสูงเกินความเหมาะสม
ยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ประกอบการสินค้าข้าวถุงกรณีได้รับผลกระทบจากห้างค้าปลีกคิดค่าธรรมเนียมการวางขายสินค้าข้าวถุงที่ขายในห้างค้าปลีกสูงเกินความเหมาะสม แต่กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งคณะอนุกรรมการค้าปลีก เพื่อจัดทำแนวทางปฎิบัติความตกลงเงื่อนไขทางการค้าที่เป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตกับผู้ประกอบการค้าปลีก(ไกด์ไลน์ค้าปลีก)ไว้แล้ว เพื่อดูแลความเป็นธรรมให้กับสินค้าทั้งหมด ไม่เฉพาะข้าวถุงอย่างเดียว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับสินค้าทุกชนิด ซึ่งจะเร่งรัดให้ออกเกณฑ์ไกด์ไลน์เร็วๆนี้ และเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแข่งขันการค้าเป็นธรรมเห็นชอบต่อไป
อนุมัตินำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เห็นชอบออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) สำหรับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2556 โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้มีสิทธินำเข้าโดยไม่จำกัดช่วงเวลา จากประเทศสมาชิกดับเบิลยูทีโอและ สปป.ลาว ในโควตา ปริมาณ 5.47 หมื่นตัน อัตราภาษี 20% ส่วนการนำเข้านอกโควตาอัตราภาษี 73% และค่าธรรมเนียมพิเศษอีกตันละ 180 บาท
จัดสุดยอดเชฟอาหารไทย
กรมส่งเสริมการค้าฯผนึกหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัด”การแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลก”ครั้งแรกของโลก ดึงเชฟมืออาชีพจาก 15 ประเทศร่วมประชันแข่งขันทำ “อาหารไทย” หวังตอกย้ำคุณภาพ รสชาติ ความปลอดภัยและรสชาติ มั่นใจขยายตลาดอาหารไทยวัฒนธรรมไทยสู่สากล
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เข้าสนับสนุน “The 1st Thailand Culinary world Challenge 2013” หรือ “การแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1” เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ระดับสากล ตามนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ของภายใต้นโยบายของ นายบุญทรงเตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ที่ต้องการตอกย้ำให้อาหารไทยมีภาพลักษณ์ คุณภาพ ความปลอดภัยและรสชาติเป็นที่ยอมรับติด 1 ใน 5 อันดับโลก คาดว่าจะส่งเสริมให้ใช้วัตถุดิบอาหารไทย บริการร้านอาหารไทยให้มีชื่อเสียงในระดับโลก ส่งผลให้ชาวต่างประเทศรู้จักอาหารไทยมากขึ้นและมีความต้องการบริโภคอาหารไทยในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ซึ่งมีเชฟนานาชาติมืออาชีพจากประเทศต่างๆ ถึง 15ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน
ถึงการผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ภายใต้นโยบายของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการตอกย้ำให้อาหารไทยมีภาพลักษณ์ คุณภาพ ความปลอดภัยและรสชาติเป็นที่ยอมรับติด 1 ใน 5 อันดับโลกว่า อาหารโลกมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ขยายตัว 21 % ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการขยายตัวของจำนวนประชากรของโลก โดยไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารในอันดับที่ 11 ของโลก หรือ มีสัดส่วนการส่งออก 3%
“ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้าและขยายตลาดเชิงลึก เพื่อผลักดันการส่งออกอาหารของไทยให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีกลยุทธ์ในการผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารของไทย ทั้งการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าแก่สินค้า สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ยกระดับสินค้าสู่ตลาดบน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา กรมฯจึงเข้าสนับสนุน“The 1st Thailand Culinary world Challenge 2013” หรือ “การแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1” ซึ่งมีเชฟนานาชาติมืออาชีพจากประเทศต่างๆ ถึง 15ประเทศเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้” นางศรีรัตน์ กล่าว
การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ระดับสากล นอกเหนือจากการฝึกอบรม/สัมมนา การให้คำปรึกษาต่างๆ การเจรจาการค้าเชิงรุก การดำเนินการปกป้อง รักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทย แก้ไขอุปสรรคการค้าต่างๆ แล้ว จะเป็นการประชาสัมพันธ์อาหารไทยและครัวไทย รวมถึงการรณรงค์ให้บริโภคอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันการสร้างเซฟพ่อครัวและเซฟแม่ครัวไทยแท้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบอาหารไทย บริการร้านอาหารไทยให้มีชื่อเสียงในระดับโลก ส่งผลให้ชาวต่างประเทศรู้จักอาหารไทยมากขึ้น และมีความต้องการบริโภคอาหารไทยในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น
สำหรับปี 2556 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีแผนงานกิจกรรมส่งเสริม/พัฒนาการส่งออกสินค้าอาหาร หลายแนวทาง หนึ่งในนั้น คือ การมอบหมายตราเครื่องหมายไทยซีเล็คท์(Thai Select) ให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูปที่เป็นสินค้าส่งออกที่มีรสชาติและรูปลักษณ์มีความเป็นไทย และใช้วัตถุดิบของไทย ปัจจุบันมีจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศกว่า 13,150 ร้านทั่วโลก โดยในต่างประเทศได้รับการเครื่องหมาย 1,093 ร้าน โดยกรมฯ ได้เพิ่มการมอบเครื่องหมายไทยซีเล็คท์ ให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูปที่เป็นสินค้าส่งออกที่มีรสชาติและรูปลักษณ์มีความเป็นไทย และใช้วัตถุดิบของไทย รวมถึงพิจารณามอบให้ร้านอาหารไทยที่อยู่ในประเทศเพิ่มเติมจากที่กรมฯ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในประเทศไทยได้รับเครื่องหมายไทยซีเล็คท์จำนวน 59 ร้าน
สินค้าอาหารส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป ไก่แช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป ผักผลไม้กระป๋องและแปรรูป และผักผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง การส่งออกสินค้าอาหาร เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึง โดยในปี 2555 ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารคิดเป็นมูลค่า 27,069 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ คิดเป็นสัดส่วน 12% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย
นายประวิตร เปรื่องอักษร บรรณาธิการบริหารนิตยสารฟู้ดสไตลิทส์ ในฐานะที่เป็นผู้ปลุกปั้นส่งเสริมอาหารไทย กล่าวว่า นิตยสารฟู้ดสไตลิทส์ ได้ร่วมมือกับเชฟวิลแมน ลีอองเชฟสิงคโปร์ หัวใจไทย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผลักดันเชฟทีมชาติไทย ในนาม Thailand Culinary Academy จนได้รับความสำเร็จและได้รับรางวัลเหรียญทองระดับโลก มีแนวคิดริเริ่มจัดการแข่งขันทำอาหารในเมืองไทย “การแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2556 ณ ศูนย์การค้าเมกา บางนา และถือว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกของโลกกับการแข่งขันทำอาหารไทยและใช้วัตถุดิบอาหารไทย
"ผมคิดว่าในเมื่อทั่วโลก จัดการแข่งขันอาหารนานาชาติได้ แล้วทำไม จึงไม่มีการแข่งขันอาหารไทยขึ้นมาบ้าง ที่สำคัญคงไม่มีประเทศไหนในโลก ที่จะจัดแข่งขันอาหารไทยได้ดีไปกว่าประเทศไทย และสิ่งสำคัญสุดเป้าหมายในการจัดแข่งขันครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมคุณค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทยและวัตถุดิบไทย พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับการใช้วัตถุดิบไทย ในการสร้างสรรค์อาหารไทยใหม่ๆ และยังต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอาหารไทย ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในองค์รวม ผ่านวัฒนธรรมอาหาร และกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าของประเทศในส่วนของอาหารในองค์รวม” นายประวิตร กล่าว
นายประวิตร กล่าวอีกว่า การจับมือกันระหว่าง ฟู้ดสไตลิทส์ หน่วยงานภาครัฐ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ททท. สมาคมพ่อครัวไทย และ Thailand Culinary Academy เป็นต้น ซึ่งเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญในการมีส่วนช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมอาหารไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีและการดึงดูดคนเข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีสื่อต่างประเทศให้การสนับสนุนส่งเสริมภาพการแข่งขันในครั้งนี้ เผยแพร่ไปทั่วทวีปเอเชียอีกด้วย
การแข่งขันสุดยอดเชฟอาหารไทยฯ จะมีเชฟนานาชาติทั่วโลก 15 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย ดูไบ ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง เยอรมัน สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ทีมละ 2 คน รวม 30 คน เข้าร่วมแข่งขัน ไฮไล้ท์ของงานที่น่าสนใจ ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2556 เชฟนานาชาติ จะร่วมกันแข่งขันทำอาหารต่างชาติ จากวัตถุดิบไทย ครัวไทย การเปิดตัวกองวัตถุดิบไทย ในนามไทยซีเล็คท์ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และการแสดงจากคณะโจหลุยส์ และวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม จะเป็นการแข่งขันทำอาหารไทย จากวัตถุดิบไทย ครัวไทย และปิดท้ายด้วยการจัดกาล่าดินเนอร์The 5th Spirits of Taste ในวันที่ 5 มีนาคม 2556 ที่จะมีการโชว์ "สุดยอดอาหารไทย โดย5 สุดยอดเชฟไทย”
นายประวิตร กล่าวว่า ในมุมมองของฟู้ดสไตลิสท์ มองว่าการแข่งขันครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย







