
แมนเชสเตอร์โดดลุยอาเซียน
ผนึกคู่ค้าผุดช็อปในลาวพม่าหวัง3ปีปั้นรายได้ส่งออก33%
ผนึกคู่ค้าผุดช็อปในลาวพม่าหวัง3ปีปั้นรายได้ส่งออก33%
แมนเชสเตอร์ ลั่นกลองบุกตลาดเสื้อผ้าอาเซียนเต็มสูบ ร่วมทุนพม่าลาว ผุดช็อป หวัง 3 ปี กวาดรายได้ส่งออก 33%
ควักกลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ ดึงพอร์ชศรัณย์ เจาะผู้ชายเริ่มทำงาน สิ้นปียอดโต 16%
นายทัตเทพ ลีฬหเกรียงไกร ผู้อำนวยการธุรกิจ บริษัท เอ็ม.ซี.ที. อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าบุรุษแมนเชสเตอร์ เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนบุกตลาดเสื้อผ้าในภูมิภาคอาเซียนในช่วง 3 ปีนี้ เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558
ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งออกสินค้าเสื้อผ้ามาแล้ว 20 ปี โดยมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา และบังกลาเทศ สร้างสัดส่วนรายได้ 25% จากรายได้รวม ซึ่งในปีนี้จะขยายตลาดไปยังประเทศปากีสถาน และร่วมทุนกับคู่ค้าในสัดส่วน 50:50 เพื่อเปิดช็อปในลาว พื้นที่ 35 ตร.ม. และพม่าพื้นที่ 4050 ตร.ม.
สำหรับตลาดต่างประเทศนั้น พม่าถือเป็นตลาดใหญ่หลังจากเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้มีนักลงทุนจีนและอเมริกาเข้ามาทำธุรกิจในพม่าเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เสื้อผ้าผู้ชายวัยทำงานเติบโต จึงตั้งเป้า 3 ปี รายได้จากตลาดส่งออกจะเพิ่มเป็น 3033%
“แบรนด์เสื้อผ้าจากไทยเป็นที่ยอมรับในอาเซียน ทั้งในแง่ของแบรนด์และคุณภาพ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ลาว พม่า ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแฟชั่น จากดารา หรือกลุ่มเซเลบริตีไทยจากการชมทีวี” นายทัตเทพ กล่าว
ขณะที่แผนการทำตลาดในประเทศ บริษัทจะรุกเจาะตลาดกลุ่มผู้ชายเริ่มทำงานมากขึ้น จากเดิมเน้นกลุ่มผู้ใหญ่ 30 ปีขึ้นไป โดยล่าสุดได้นำ พอร์ชศรัณย์ ศิริลักษณ์ มาเป็นพรีเซนเตอร์เป็นครั้งแรก และเปิดตัว 2 คอลเลกชันพิเศษ แมนเชสเตอร์ บาย พอร์ช สำหรับหน้าร้อนนี้ และเป็นการร่วมฉลองครบรอบปีที่ 51 ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทจะขยายเสื้อผ้าลำลองผู้หญิงเพิ่ม โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 5% เป็น 10% จากรายได้รวมของบริษัท โดยปีนี้บริษัทจะเปิดตัวเสื้อผ้าเชิ้ตผู้หญิงวัย 30 ปี สำหรับใส่ทำงาน
อย่างไรก็ตาม จากการแข่งขันในตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นที่เน้นแข่งอัดโปรโมชันอย่างรุนแรง ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอก ทำให้บริษัทต้องทำโปรโมชันเช่นกันเพื่อรองรับการแข่งขัน แต่ต้องไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าเสียหาย
นายทัตเทพ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทพร้อมทุ่มงบ 1030 ล้านบาท ขยายช่องทางจำหน่ายรูปแบบสแตนด์อะโลนเพิ่มอีก 10 สาขา จากเดิมมี 18 สาขา เน้นขยายต่างจังหวัดเป็นหลัก อาทิ ปัตตานี หนองบัวลำภู ชลบุรี ฯลฯ ขณะที่จุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้ามี 145 แห่ง พร้อมทุ่มงบอีก 10 ล้านบาท สั่งซื้อเครื่องจักรเพิ่มกำลังการผลิตเสื้อผ้า โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 16% จากปีที่ผ่านมาโต 14% และเป็นอันดับ 3 ของตลาด รองจากแบรนด์จีคิว (GQ) และแอร์โรว์







