
อุตฯไอทีไตรมาส 1 ยังโต ไม่สนชุมนุมการเมือง
8...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ยังระอุ การเจรจาที่เชื่อแน่ว่าไม่สามารถหาข้อยุติได้โดยง่าย และทำท่าจะยืดเยื้อออกไปอีกอย่างน้อยก็ถึงช่วงวันหยุดสงกรานต์ รวมถึงกระแสที่เรียกร้องให้มีการยุบสภา หลายๆ อุตสาหกรรมที่กำลังมีทิศทางที่ดีขึ้นอาจจะชะลอตัวลงบ้าง จากความเชื่อมั่นหรือต้องการดูท่าที แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมไอทีในไตรมาสแรกที่กำลังจะจบลง กลับมีเสียงสะท้อนมาจากผู้ประกอบการหลายๆ รายว่ายังมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในหลายๆ ด้าน แสดงให้เห็นว่าทุกๆ ธุรกิจยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป
นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีนี้เอสไอเอสยังมีการเติบโตมากขึ้น และเชื่อว่าตลาดรวมก็ยังเติบโตได้ดี ยิ่งถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ภาพรวมในปีนี้ยังไงก็ดีกว่าแน่นอน และการที่ภาครัฐมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบผ่านโครงการต่างๆ ของไทยเข้มแข็ง ทำให้สภาพคล่องทางการเงินดี
อย่างไรก็ตาม ไอทีในส่วนค้าปลีกยังต้องเหนื่อยอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการชุมนุม เช่น หากมีการปิดถนน หรือการปิดศูนย์การค้าบางแห่ง มีผลทำให้ยอดขายลดลงในบางช่วง ซึ่งจุดนี้ทางเอสไอเอสก็พยายามช่วยเหลือพันธมิตรในการคงคลังสินค้าให้น้อยลง หรือลดกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็นลง เพื่อลดปัญหาการคงคลังสินค้าไว้มากๆ
“
ภาพที่สะท้อนได้ชัดเจนคือ งานคอมมาร์ตที่คนมางานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นถึงความต้องการออกมาใช้จ่ายน้อยลง แม้ว่ายอดขายจะยังดีอยู่แต่ถ้าสถานการณ์ปกติ คนมาร่วมงานเต็มที่ ยอดขายจะดีกว่านี้แน่นอน”ขณะที่การยุบสภานั้นเชื่อว่าในมุมมองของนักธุรกิจไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ก็ต้องการให้อยู่ให้ครบเทอม เพื่อให้การทำงานราบรื่นมากที่สุด แต่ถ้าจะมีการยุบสภาจริง ก็อาจจะมีผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจบ้างในช่วงสั้นๆ
ส่วนของตลาดคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะโน้ตบุ๊ก ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีมูลค่าและการแข่งขันสูง อินเทลยังคงผลักดันตลาดชิปประมวลผลคอร์ไอ แฟมิลี ทั้ง 3 5 และ 7 ซึ่งนายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ตเปิดเผยว่า ยอดขายเฉพาะโน้ตบุ๊กในงานคอมมาร์ตเป็นมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท เอเซอร์ยังเป็นแบรนด์ที่ขายดีที่สุด รวมถึงเลอโนโวและเดลล์ก็มาแรงกว่าทุกครั้ง จากยอดขายรวมทั้งงานกว่า 3,200 ล้านบาท ถือว่าน่าโล่งใจ เพราะการชุมนุมไม่ได้มีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มตลาดไอทีมากนัก
นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า โน้ตบุ๊กรุ่นที่ใช้ชิปคอร์ไอ 5 เป็นรุ่นที่ขายดี ราคาเฉลี่ยประมาณ 2.3 หมื่นบาท ถือว่าสูงกว่าราคาเฉลี่ยปกติ ส่งผลให้รายได้ค่อนข้างดี และเอเซอร์เตรียมโปรโมชันมากขึ้นในไตรมาส 2 เพื่อกระตุ้นตลาด หากการชุมนุมยืดเยื้อ เพราะถือว่ามีผลกระทบบ้าง เช่น หากมีการปิดห้างพันธุ์ทิพย์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าไอทีหลัก
“
จริงๆ มีสถานการณ์น่าเป็นห่วงเพราะการชุมนุมยังยืดเยื้อ และจะต่อเนื่องไปถึงวันหยุดสงกรานต์ อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายลง แต่เอเซอร์ก็เตรียมโปรโมชันกระตุ้นตลาด และเตรียมเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ในช่วงนี้เพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออยู่แล้ว เชื่อว่าในระยะยาวจะยังเติบโตได้ไม่มีปัญหา”ขณะที่นายกฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยอดขายของเดลล์ในงานคอมมาร์ตมีการเติบโตขึ้นกว่า 50% แต่ก็ยังไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ เพราะยอดผู้เข้าชมลดลง ซึ่งไตรมาส 2 ก็เตรียมขยายช่องทางจำหน่ายและทำโปรโมชันเพื่อรับช่วงเปิดเทอม
ด้านตลาดสมาร์ตโฟนเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีกระแสเปิดตัวระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งในต่างประเทศอยู่ในความสนใจของคอสมาร์ตโฟนทั้งหลาย เพราะด้วยความเป็นระบบเปิดตัวใหม่ การมีลูกเล่นหลากหลายและรองรับแอพพลิเคชันมากมาย รวมถึงการเตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 บนโมบายของไมโครซอฟท์ที่เลื่อนการเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ประกอบกับความร้อนแรงของเอชทีซี แบล็คเบอร์รี่ หรือบีบี และไอโฟนแล้ว เชื่อว่าตลาดสมาร์ตโฟนเติบโตแน่นอน นี่ยังไม่นับแบรนด์อันดับ 1 ของโลก อย่างโนเกียที่เตรียมวางจำหน่ายเอ็น 900
นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า สมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์ที่คนใช้จะรู้เรื่องเทคโนโลยีควบคู่ไปกับเรื่องของแฟชั่น ดังนั้นการปรากฏตัวของแอนดรอยด์จึงเป็นที่รอคอยแน่นอน เอชทีซีได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นที่ใช้แอนดรอยด์ไปเรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าแบรนด์อื่นๆ จะเปิดตัวตามมาอีกแน่นอน เท่ากับว่าปีนี้จะมีสมาร์ตโฟนอีกหลายแบรนด์หลายรุ่นเข้าสู่ตลาด ดังนั้น จากเดิมยอดขายสมาร์ตโฟนมีส่วนแบ่งประมาณ 7 แสนเครื่องต่อปี หรือประมาณ 78% ของตลาดรวม แต่ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มถึง 10% หรือ 1 ล้านเครื่อง ตามมาด้วยวินโดวส์ 7 บนโมบาย จะเห็นการแข่งขันดุเดือดทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านราคาที่จะมาช่วยขยายตลาด
“
ผู้ทำตลาดมีทั้งผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและตัวแทนจำหน่าย ซึ่งถ้ายิ่งมีหลายแบรนด์ก็มีการนำเข้ามาเพิ่มขึ้นเท่ากับจำนวนเครื่องในตลาดมากขึ้น ทั้งไอโฟนที่มีคนทำตลาด 2 ราย หรือเอชทีซี ที่มีหลายรายทำตลาดในหลายๆ รุ่น หรือบีบี ที่มีการแข่งขันกันอยู่แล้ว ดังนั้นขนาดของตลาดจะขยายจากการแข่งขันแน่นอน”แน่นอนว่าฟากของผู้ให้บริการเองก็เตรียมแพ็กเกจเพื่อรองรับการเติบโตของสมาร์ตโฟน ซึ่งถือว่ามีส่วนช่วยขยายฐานลูกค้าโทรศัพท์มือถือที่ตลาดกำลังเต็มแล้ว ให้มีช่องทางขยายมากขึ้น
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการตลาดของเอไอเอส กล่าวว่า ตอนนี้ดีแทคและทรูมูฟทำตลาดไอโฟนอยู่ ไม่แน่ว่าในอนาคตเอไอเอสก็อาจจะนำเข้ามาทำตลาดด้วย เช่นเดียวกับการทำตลาดบีบี โนเกีย เอ็นซีรีส์ และสมาร์ตโฟนแบรนด์อื่นๆ อย่างเต็มที่ เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการและการเติบโตของการบริโภคข้อมูลข่าวสาร
ขณะที่ดีแทคและทรูมูฟเองก็เตรียมลงทุนรวมกันแล้วเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงข่ายรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย







