
คนไทยเบื่อการเมืองหนีเที่ยวนอกสูงสุดใน5ปี
โพสต์ทูเดย์
— คนไทยเบื่อการเมือง หนีเที่ยวนอกโต 17% ทะลักกว่า 5.5 แสนคน เป็นประวัติการณ์รอบ 5 ปีนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า จากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ ทำให้คนไทยเบื่อหน่ายที่จะท่องเที่ยวในประเทศ และหันไปท่องเที่ยวต่างประเทศแทน โดยเฉโดยเ
โดพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ซึ่งมีวันหยุดยาว 9 วัน ปรากฏว่าจำนวนคนไทยเดินทางออกไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 17% เทียบกับที่ผ่านมาโต 10% มีจำนวนกว่า 5.5 ล้านคน และคาดว่ามีเงินสะพัดออกนอกประเทศ 2.4 แสนล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาจำนวน 4.5 ล้านคน รายได้ 1.8 แสนล้านบาท
“
คนไทยยังมีกำลังซื้อ แต่เบื่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศที่มีความวุ่นวายและไม่มีทางจบ ประกอบกับในปีนี้เพื่อนบ้านรอบทิศทางทั้งสิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ มีสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ นำเสนออย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดรีสอร์ตเซนโตซา การจัดงานเอ็กซ์โปที่เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น รวมถึงไม่มีการปรับขึ้นราคาทัวร์” นายเจริญ กล่าวสำหรับเส้นทางยอดนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ตามลำดับ และเส้นทางที่จะกลับมาฮิตอีกครั้งได้แก่ สิงคโปร์ โดยคนไทยใช้จ่ายเฉลี่ย 3 หมื่นบาท/ทริป ระยะเวลา 4 วัน
ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในระยะ 45 ปี ได้สร้างความว้าวุ่นใจให้กับทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มนักลงทุนไทยและนอก นักธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านต่างได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า แต่ที่โดนแรงเหวี่ยงหนักสุดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยเป็นหน่วยชีวัดอารมณ์การเดินทางเที่ยว
จึงเห็นได้ว่าในช่วงเกิดวิกฤตการเมือง คนไทยเดินทางเที่ยวลดลง ทั้งๆที่หน่วยงานอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) พยายามสร้างอารมรณ์ให้คนไทยเที่ยวผ่านกิจกรรมกว่า 1,000 รายการ/ปี แต่ยังไม่สามารถสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางได้มากนัก
ด้าน น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า การเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้เฉลี่ยที่ 60% เทียบกับที่ผ่านมายอดการจองจะเต็ม 100% เกือบทุกพื้นที่ ซึ่งปีนี้คาดว่าคนไทยจะนิยมเดินทางเที่ยวต่างประเทศมากกว่า เพราะมีวันหยุดยาวติดต่อกัน การเดินทางสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับการปิดถนนของม็อบ







