posttoday
ช้างลุยน้ำดื่มหวังขึ้นผู้นำใน3ปี

ช้างลุยน้ำดื่มหวังขึ้นผู้นำใน3ปี

01 เมษายน 2553

ปีนี้ควัก100ล้านอัดกิจกรรม ลงทุนเพิ่มผลิตขวดเพ็ต100ล.

โพสต์ทูเดย์ — ช้างอัด 100 ล้านบาท บุกหนักตลาดน้ำดื่ม รับยอดขายพุ่งหน้าร้อน หวังร่วมดันยอดขายสิ้นปี 1,800 ล้านบาท

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปราศจากแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ตราช้าง เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบกว่า 100 ล้านบาท สำหรับทำตลาดผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราช้าง ภายใต้แผนการสื่อสารการทำตลาดแบบครบวงจร เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายน้ำดื่มช้างให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ ผ่านสื่อหลัก อาทิ ภาพยนตร์โฆษณาโทรทัศน์ ชุดเริ่มต้นใหม่เกิดขึ้นได้ทุกวัน (บีกินนิง) เริ่มออกอากาศวันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อกลางแจ้ง เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราช้างใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น บริษัทเตรียมจัดกิจกรรมรายการขาย (เทรดดีล แอนด์ โปรโมชัน) ที่ดึงดูดใจ เพื่อผลักดันสินค้าผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ จากปัจจุบันทำตลาดผ่านช่องทางขาย ทั้งร้านค้าดั้งเดิม (ทราดิชันนัลเทรด) และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ประเภทต่างๆ (โมเดิร์นเทรด) โดยใช้ทีมขายที่ชำนาญและมีประสบการณ์ในการกระจายสินค้า กลุ่มเบียร์ สุรา และเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ รวมถึงบริการส่งถึงบ้านสำนักงานลูกค้า โดยมีรถจัดส่ง 70 คันในปัจจุบัน

บริษัทยังได้จัดกิจกรรมทางการตลาดในช่วงหน้าขายฤดูร้อนนี้ ที่กำลังเข้าสู่ฤดูการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลโลก “ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2010” ในกลางเดือน มิ.ย.ก.ค.ปีนี้ ด้วยการจัดแคมเปญ “ช้างพาลุยบอลโลก” พาผู้โชคดี 5 คู่ไปชมฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และลุ้นรางวัลอื่นๆ มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.20 พ.ค.นี้ พร้อมจัดทำกิจกรรมโครงการเพื่อสังคม ภายใต้ชื่อ “มหัศจรรย์ น้ำดื่มช้าง ล้านขวด ล้านน้ำใจ” ระหว่างเดือน เม.ย.มิ.ย.ปีนี้ นำรายได้จากการจำหน่ายน้ำดื่มช้างขวดเพ็ตขนาด 600 มล. ขั้นต่ำ 1 ล้านขวด สมทบทุนสภากาชาดไทย ขั้นต่ำ 2 ล้านบาท

จากแนวทางดังกล่าวบริษัทคาดจะมียอดขายในปีนี้ราว 1,800ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 10% ของมูลค่าตลาดรวมราว 1.8 หมื่นล้านบาท จากแนวโน้มตลาดน้ำดื่มมีอัตราเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง

ด้านแผนลงทุนปี 2553 บริษัททุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เพิ่มกำลังผลิตน้ำดื่มขวดเพ็ต (PET) อีก 1 เท่าตัว จากปัจจุบันมีกำลังผลิตประมาณ 100 ล้านลิตร และหวังเพิ่มสัดส่วนระหว่างขวดแก้วและขวดเพ็ตให้อยู่ที่ 50% เท่ากัน จากเดิมขวดแก้วมีสัดส่วนกว่า 8090% พร้อมกันนี้ ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อทำตลาดและประชาสัมพันธ์น่ำดื่มยี้ห้อ ช้าง อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก หลังทำตลาดมากว่า 15 ปีบริษัทวางแผนระยะยาว 35 ปีเพิ่มยอดขายขึ้นเป็นผู้นำตลาดน้ำดื่ม หรือมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 20% จากปัจจุบันช้างมีส่วนแบ่งเพียง 4% ของตลาดรวมน้ำดื่มมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ผู้นำตลาดมีส่วนแบ่งกว่า 20% เบอร์สองและสามมีส่วนแบ่งกว่า 10% จากผู้ทำตลาดหลักรายใหญ่ราว 10 แบรนด์ซึ่งครองตลาดน้ำดื่มที่สะอาดและมีคุณภาพเพียง 50% เท่านั้น ทำให้บริษัทยังเห็นโอกาสในการเติบโตของยอดขายอยู่

“ในสิ้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดน้ำดื่มที่ 10% ซึ่งจากนี้ไปจะบุกตลาดอย่างหนัก ทั้งกระจายสินค้าเจาะร้านอาหาร และผับบาร์ ผ่านตัวแทนจำหน่ายหลักๆกว่า 450 ราย และทำหน้าที่กระจายสินค้าต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายรายย่อยอีกทั่วประเทศ ซึ่งแนวทางดังกล่าวก็เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของท่านประธานเจนรริญ สิริวัฒนภักดี และเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มนอนแอลกอฮอล์ให้เป็น 10% ใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับทั้งกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มียอดขายกว่า 100,000 ล้านบาท โดยปลายปี 2552 ที่ผ่านมากลุ่มนอนแอลกอฮอล์ได้เริ่มออกมาทำตลาดสินค้าเครื่องดื่มอย่างจริงจัง ตั้งแต่เครื่องดื่มเกลือแร่เพาเวอร์ พลัส โซดาตราช้าง และแรงเยอร์ และน้ำดื่ม” นายมารุต กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน