
อาหารไทยพร้อมบุกนอก
วินเนอร์ปักธงลุยจีน-อาเซียนขยายธุรกิจรับฟู้ดเซอร์วิสพุ่ง
วินเนอร์ปักธงลุยจีน-อาเซียนขยายธุรกิจรับฟู้ดเซอร์วิสพุ่ง
วินเนอร์ กรุ๊ป สยายปีกนอก ลุยนำเข้าส่งออกเจาะจีนอาเซียน จ่อผุดโรงงานพม่า วาด 3 ปี 2,000 ล้านบาท
นายเจน วองอิสริยะกุล ประธานและกรรมการ บริษัท วินเนอร์ กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอาหาร เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายจะรุกตลาดในประเทศจีนและภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยต้นปี 2557 จะเข้าไปตั้งบริษัทเทรดดิงที่ประเทศจีน เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าสินค้าไทยไปจำหน่ายในจีน และส่งออกสินค้าจากจีนมาจำหน่ายในไทย เน้นกลุ่มอาหารสำหรับอุตสาหกรรม
ปีนี้บริษัทมีแผนจะเข้าตลาดทรัพย์ เพื่อระดมทุนรองรับกับแผนขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต้นปีหน้านี้จะเข้าไปตั้งบริษัทเทรดดิ้ง ที่ ประเทศจีน เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าสินค้าไทยไปจำหน่ายในจีน และส่งออกสินค้ามาจำหน่ายในไทย โดยเป็นสินค้ากลุ่มอาหารสำหรับป้อนในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังวางแผนสร้างโรงงานในอาเซียนเพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยอยู่ระหว่างการศึกษาตั้งโรงงานในพม่า และมีแผนขยายธุรกิจอาหารป้อนกับอุตสาหกรรมในลาว กัมพูชา เพราะอาเซียนมีศักยภาพเติบโตจากการจะมีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและท่องเที่ยว
“บริษัทมีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนรองรับกับแผนขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปีนี้จะเป็นการบุกตลาดต่างประเทศครั้งแรกในรูปแบบส่งออกไปจำหน่ายก่อน จากเดิมที่ผ่านมาสินค้านำเข้า 100% โดยตั้งเป้าส่งออกปีแรกสร้างสัดส่วนรายได้ 5-10%” นายเจน กล่าว สำหรับการส่งออกในช่วงปีแรกตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้ 5-10%”
ขณะที่แผนทำตลาดในประเทศจะขยายไลน์สินค้าแบรนด์วินเนอร์และสินค้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับแมส ซึ่งได้ลงทุนเครื่องจักร 30 ล้านบาท และขยายพื้นที่โรงงาน เพิ่มกำลังผลิตอีกเท่าตัว ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน พร้อมนำเข้าสินค้าพรีเมียม 35 แบรนด์ต่อปี จากที่มีอยู่ 500 แบรนด์
ขณะเดียวกันในปีนี้ บริษัทจะขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าไปที่ร้านค้าสะดวกซื้อ มินิมาร์ต จากเดิมจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต และขยายธุรกิจร้านกาแฟเดลิเซ่ เพิ่มจาก 2 สาขา เป็น 3 สาขา โดยตั้งเป้า 4 ปี เปิด 50 สาขา และต่อยอดทำธุรกิจร้านอาหารภัตตาคารในอนาคต โดยปีนี้คาดใช้งบการตลาดรวม 140 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มธุรกิจวัตถุดิบนำเข้ามาผลิตอาหารในไทยมีโอกาสเติบโต จากปัจจุบันตลาดฟู้ดเซอร์วิสมีมูลค่า 3 แสนล้านบาท เพราะพฤติกรรมคนไทยกินข้าวนอกบ้านมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคารใหม่ๆ และจากค่าแรงปรับขึ้น 300 บาท ทำให้กลุ่มรากหญ้ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จากแผนรุกตลาดดังกล่าว จะผลักดันให้รายได้ของบริษัทแตะ 2,000 ล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้านี้ ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าโต 20% จากรายได้ 1,400 ล้านบาทปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร 40% และกลุ่มผู้บริโภค 60%







