posttoday
เอ็นไวโรเซลแนะศึกษาพม่าให้ลึกก่อนลงทุน

เอ็นไวโรเซลแนะศึกษาพม่าให้ลึกก่อนลงทุน

29 มกราคม 2556

เอ็นไวโรเซล เผยผลวิจัยพม่าเนื้อหอม แม้ดูเรียบง่ายแต่นิยมสินค้าไฮเทคแบรนด์เนม ย้ำต้องศึกษาพฤติกรรมลูกค้าเป้าหมายให้ดี

เอ็นไวโรเซล เผยผลวิจัยพม่าเนื้อหอม แม้ดูเรียบง่ายแต่นิยมสินค้าไฮเทคแบรนด์เนม ย้ำต้องศึกษาพฤติกรรมลูกค้าเป้าหมายให้ดี

น.ส.สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล ประเทศไทย บริษัทดำเนินธุรกิจวิจัยด้านการตลาดระดับโลก เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบริโภคของชาวพม่ามีแนวโน้มเติบโตมาก และเป็นที่ในใจของนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก

ปัจจุบันข้อมูลทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลการค้าการลงทุน กฎหมาย เริ่มมีพอสมควร แต่ยังขาดข้อมูลด้านพฤติกรรมและจิตวิญญาณของชาวพม่า ซึ่งถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญก่อนจะเข้าไปลงทุน

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างประชาชนพม่าที่เมืองย่างกุ้ง ระหว่างเดือน ส.ค.-ต.ค. 2555 จำนวน 620 ตัวอย่าง พบว่าชาวพม่าแบ่งตามอุปนิสัยได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ค่อนข้างอนุรักษนิยมจะยึดมั่นและอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง สันโดษ ชอบอยู่บ้าน สวดมนต์ คนกลุ่มนี้มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มีจำนวน 28%

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มร่วมสมัย ได้แก่ กลุ่มที่อนุรักษ์วัฒนธรรมเดิม แต่ก็มองหาความทันสมัย ชอบสิ่งใหม่ๆ มีการใช้สินค้ามากกว่า 1 แบรนด์ในบางผลิตภัณฑ์ และเชื่อว่าสินค้าแบรนด์ต่างประเทศมีคุณภาพดีกว่าสินค้าพม่า คนกลุ่มนี้มีอายุอยู่ในช่วง 2534 ปี มีจำนวน 26% และกลุ่ม Cosmopolitan ชอบปาร์ตี้ ตามแฟชั่น เล่นอินเทอร์เน็ต มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีจำนวน 46% ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ กลุ่มนี้นิยมสินค้าแบรนด์เนม

นอกจากนี้ ชาวพม่ามีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย สันโดษ ต้องการความมั่นคง ทำให้ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นรวดเร็วนัก แต่ยอมรับหากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่โดยพื้นฐานเป็นคนรักสนุก รักสวยรักงาม ตื่นเต้นกับเทคโนโลยี เนื่องจากเปิดประเทศได้ไม่นาน

สำหรับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของชาวพม่า จะเลือกซื้อของใช้และเสื้อผ้าที่ศูนย์การค้า (Mall With Air) 12 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่จะเลือกซื้ออาหารเพื่อทำกับข้าวในตลาดท้องถิ่นแทบทุกวัน ไม่มีการเลือกซื้ออาหารมาเก็บไว้ในตู้เย็น

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง คือ พฤติกรรมชาวพม่าค่อนข้างรอบคอบในการจับจ่ายใช้สอย พิจารณาสินค้าที่ราคา ความคุ้มค่า และคุณภาพ ซึ่งสินค้าต้องตอบโจทย์ความต้องการ เนื่องจากมีกลุ่มคนลักษณะอนุรักษ์จำนวนมาก สิ่งที่พึงระวัง คือ ควรหลีกเลี่ยงการทำลายวัฒนธรรม รวมถึงการใช้โปรโมชันเป็นเครื่องมือ

น.ส.สรินพร กล่าวว่า บริษัทได้เข้าทำวิจัยในเฟสแรก โดยมีแผนจะทำวิจัยในเมืองมัณฑะเลย์ และเนย์ปิดอว์ ในเดือน มิ.ย.นี้ คาดว่าภายใน 3 ปี จะมีรายได้ 50 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 25 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 20%

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค