
วางแผนภาษีง่ายนิดเดียว กรณีศึกษา 3 อาชีพ
ฉบับที่แล้วผมนำเสนอกรณีศึกษาผู้มีเงินได้ 3 ประเภท
ฉบับที่แล้วผมนำเสนอกรณีศึกษาผู้มีเงินได้ 3 ประเภท
(1) ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ (แพทย์)
(2) ผู้ประกอบธุรกิจขายอาหาร
(3) ผู้ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไป
สมมติฐานให้กิจการข้างต้นนี้มีรายได้จากกิจการ 5 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายต้นทุนและการบริหารจัดการซึ่งมีใบเสร็จหรือหลักฐานพิสูจน์จำนวน 2 ล้านบาท รวมรายจ่ายเงินเดือนที่จ่ายให้ตัวท่านเองและคู่สมรสคนละ 2.4 แสนบาทต่อปี (กรณีเป็นนิติบุคคล) และเงินได้ส่วนนี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ (กรณีธุรกิจผู้ซื้อมาขายไปก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหากรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งก็เป็นการนำส่งและขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยผมไม่ได้เขียนถึง) พร้อมกันนั้นได้นำเสนอข้อคิดการวางแผนภาษี
1.การเลือกรูปแบบบุคคลธรรมดานั้น ถ้าดูไปแล้วจะดีเป็นพิเศษ เพราะสามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ (ทุกกรณีตามตัวอย่าง) โดยค่าใช้จ่ายจริงอาจน้อยกว่าการหักเหมา รวมทั้งยังสิทธิในการหักลดหย่อนที่สามารถหักได้มากกว่ารูปแบบอื่น (หากใช้สิทธิเต็มที่ตามกรณีศึกษา) โดยเฉพาะหากธุรกิจมีปัญหาเรื่องการหาใบเสร็จมาหัก การหักเหมาดูจะเป็นวิธีเหมาะที่สุดและดูจะยุ่งยากน้อยที่สุดครับ
2.การพิจารณาดูรายจ่ายที่นำมาหักได้และอัตราภาษีเงินได้แต่ละประเภทก็เป็นเรื่องสำคัญในการเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจเช่นกัน รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ความยุ่งยาก ความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจประกอบด้วย
3.แต่หากเลือกเป็นบริษัท SME (แม้มีความยุ่งยาก แต่การหักรายจ่ายและค่าเสื่อมราคา ค่าตอบแทนที่จ่ายคืนให้กับผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการก็อาจจะลดภาระภาษีโดยรวมได้ด้วย (ในหนังสือจะมีตัวอย่างรายละเอียดของวิธีการคำนวณแต่ละธุรกิจ)
หลายคนอยากรู้ว่า ในแต่ละกรณีนั้นจะได้รับสิทธิการหักลดหย่อนอย่างไรบ้าง ผมจึงจัดทำตารางมาให้ศึกษาดู ดังตารางประกอบ







