
ตลาดผ่อนคลายหลังขยายเพดานหนี้
ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.7030 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เรามองว่าเงินบาทมีทิศทางที่อ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อย
ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.7030 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เรามองว่าเงินบาทมีทิศทางที่อ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อย
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากความกดดันของผู้ส่งออกในประเทศที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากในช่วงก่อน ส่งผลให้ รมว.คลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จัดการประชุมผู้ส่งออกในสัปดาห์นี้ หารือเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือและรับมือกับการแข็งค่าของเงินบาท โดย รมว.คลัง ระบุว่า แนวโน้มในระยะยาวเงินบาทน่าจะอ่อนค่า เนื่องจากการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐจะนำไปสู่การนำเข้าสินค้าทุนปริมาณสูง และผู้นำเข้าเริ่มเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น และอาจจะเห็นแรงซื้อมากขึ้นในช่วงปลายเดือนเพื่อชําระหนี้การค้า
ขณะเดียวกัน นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงมุมมองว่าการเคลื่อนไหวในปัจจุบันยังสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค และสะท้อนปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาล่างของสหรัฐมีมติอนุมัติให้มีการเลื่อนเพดานหนี้สหรัฐที่ชนเพดานไปเมื่อสิ้นปี 2555 ที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 19 พ.ย. 2556 ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลไปอีกระยะหนึ่ง บวกกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดียังส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นเดือน ม.ค. ของสหรัฐออกมาที่ระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2551 ที่ 56.1 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. ที่ 54 จุด นอกจากนี้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสิ้นสุดวันที่ 19 ม.ค. อยู่ที่ 3.3 แสนตำแหน่ง ลดลงสูงสุดในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจในยูโรโซนปรับตัวดีขึ้น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยรวมของยูโรโซนเดือน ม.ค. ปรับเพิ่มไปที่ระดับ 48.2 จุด สูงกว่าคาดการณ์ที่ 47.5 จุด และปรับสูงขึ้นจากเดือนก่อนที่ 47.2 จุด ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อด้านการผลิตและการบริการในประเทศเยอรมนีเดือน ม.ค. ก็ปรับตัวดีขึ้น
ทางด้านประเทศจีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีนเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นมาถึงระดับ 56.1 จุด ถือว่าสูงสุดนับแต่เดือน ม.ค. 2555 แสดงถึงสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีตั้งแต่ต้นปี
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 29.70 และแกว่งอยู่ในกรอบ 29.62-29.95 อยู่ในกรอบแคบกว่าสัปดาห์ก่อน (29.70-30.36) โดยปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกจากสัปดาห์ก่อนที่เงินเหรียญสหรัฐ/บาทแตะระดับต่ำมาก จากการไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และสนใจมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สร้างความกังวลให้กับผู้ส่งออกอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของรัฐแสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้ส่งออก ณ วันศุกร์ เงินเหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 29.89 เวลาประมาณ 18.00 น.)
ด้านค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3319 ยูโร/เหรียญสหรัฐ แกว่งอยู่ในกรอบ 1.3263-1.3451 แกว่งตัวในกรอบที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อน (1.3256-1.3403) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.3319 โดยในช่วงต้นสัปดาห์ยูโรโซนอนุมัติการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งให้แก่กรีซ จำนวน 9,200 ล้านยูโร ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือรอบเดือน ม.ค. จากที่ได้รับการอนุมัติแล้วในปลายปี 2555 ทั้งสิ้น 4.91 หมื่นล้านยูโร สร้างความพอใจให้แก่ตลาด และเงินยูโรยังได้แรงหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด และดัชนี PMI ในยูโรโซนและเยอรมนีที่ปรับตัวดีขึ้น ในช่วงปลายสัปดาห์ปิดตลาดในสัปดาห์นี้ยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 1.3374 ณ วันศุกร์ อยู่ที่ระดับ 1.3457 (เวลาประมาณ 18.00 น.)
สำหรับค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 89.96 ค่าเงินเหรียญสหรัฐ/เยน แกว่งอยู่ในกรอบ 88.0390.91 แกว่งตัวในกรอบที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย (87.77-90.18) โดยค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นระยะเวลานาน และกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ที่ 2% ตามที่ตลาดคาด แต่ตลาดแสดงความผิดหวังเล็กน้อย เพราะมาตรการใหม่จะเริ่มการเข้าซื้อสินทรัพย์แบบไม่มีวันหมดอายุจะบังคับใช้ในปี 2557 ไม่ใช่ในปีนี้ อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังบ่งชี้ถึงสัญญาณที่อ่อนแอ และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน ธ.ค. ยังสะท้อนภาวะเงินฝืดห่างไกลเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/เยน อยู่ที่ระดับ 90.94







