
แนะรัฐโต้โผอุ้มการผลิต
ทีดีอาร์ไอชี้อุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มเจอพิษ 300 บาท รุนแรงถึงขั้นปิดกิจการ แนะรัฐบาลควรประกาศเป็นทศวรรษเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ทีดีอาร์ไอชี้อุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มเจอพิษ 300 บาท รุนแรงถึงขั้นปิดกิจการ แนะรัฐบาลควรประกาศเป็นทศวรรษเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เป็นเรื่องที่ดีต่อแรงงาน เพราะมีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงาน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม กระตุ้นการยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างกำลังซื้อในประเทศ แต่การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทถือว่าค่อนข้างสูง ทั้งที่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาค่าแรงขั้นต่ำแทบไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย เพราะเงินเฟ้อกินหมด ดังนั้น การเพิ่มค่าแรงในอัตราที่สูงและขึ้นค่าจ้างอย่างรวดเร็ว ก็มีผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานเข้มข้นถึงขั้นปิดกิจการได้
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้างแรงงานเพิ่มสูงจนอาจต้องปิดกิจการ เช่น เอสเอ็มอีในบางภาคธุรกิจและในธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม ที่มีการพึ่งพิงแรงงานทักษะต่ำจำนวนมาก เพราะค่าแรง 300 บาท ก็ทำให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มถึง 47.7% หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอที่ต้นทุนค่าแรงเพิ่มถึง 46.3%
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหาร บริการธุรกิจ เครื่องดื่มและบุหรี่ เคมี ยางและพลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีต้นทุนค่าจ้างเพิ่มขึ้นไม่ถึง 20%
ดังนั้น ในอนาคตรัฐบาลควรกำหนดค่าจ้างอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้กติกาที่ชัดเจน โดยค่าจ้างในแต่ละพื้นที่ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
นายสมเกียรติ กล่าวว่า เมื่อค่าแรงเพิ่ม 300 บาทแล้ว รัฐบาลควรประกาศให้ปี 2556-2565 เป็นทศวรรษแห่งการเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจไทย โดยในระยะสั้นควรมีมาตรการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรให้มากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสาขาเสี่ยง อาทิ เร่งรัดมาตรการกู้เงินหรือค้ำประกันเงินกู้ที่ออกมาแล้ว อนุญาตให้ผู้ประกอบการหักค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่งรัดได้ หรือส่งเสริมการปรับลงทุนมาใช้เครื่องจักร มีมาตรการเร่งเสริมผลิตภาพ
ขณะเดียวกันรัฐบาลควรนำเอาโครงการชุบชีวิตธุรกิจไทยที่เข้าไปช่วยเหลือให้ธุรกิจ หรือโรงงาน มีการเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อยกประสิทธิภาพในการผลิต ส่งเสริมทักษะแรงงาน เร่งรัดการใช้ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงอำนวยความสะดวกในการย้ายฐานการผลิตผลิตภาพต่ำไปประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับการผลิตในประเทศให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ในระยะยาวควรมีการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศ







