
ก่อสร้างพ้นวิกฤตแรงงาน
ไฟเขียวนำเข้า3หมื่นต่างด้าวตั้งศูนย์ฝึกฝีมือใช้ลดภาษีได้
ไฟเขียวนำเข้า3หมื่นต่างด้าวตั้งศูนย์ฝึกฝีมือใช้ลดภาษีได้
ผ่าทางตันวิกฤตแรงงานก่อสร้าง ชงกระทรวงแรงงานเพิ่มนำเข้าแรงงานต่างด้าว 3 หมื่นคน พร้อมร่วมเอกชนยกระดับฝีมือ
แหล่งข่าวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าประชุมเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาแรงงานในภาคการก่อสร้างขาดแคลน โดยสรุปว่าจะให้มีการนำแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มอีก 3.1 หมื่นคน โดยให้กรมการจัดหางานเป็นผู้ประสานงาน
นอกจากนี้ จะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงานกับบริษัทก่อสร้าง เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับฝีมือแรงงานภาคก่อสร้าง เช่น การจัดตั้งศูนย์ฝึกช่างก่อสร้างเฉพาะทาง การยกระดับฝีมือแรงงานในสถานประกอบกิจการเอสเอ็มอีและผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี การยกระดับฝีมือแรงงานให้กับนักศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงาน 9 สาขา (24 ช่าง) โดยเทียบเคียงมาตรฐานอาเซียน
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะร่วมมือกับบริษัทก่อสร้างเพื่อร่วมกันจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและจัดทำหลักสูตรร่วมกัน สำหรับบริษัทที่สามารถขออนุญาตเป็นศูนย์ฝึกอบรมได้จะต้องเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และเครื่องมือเครื่องจักร โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม การขออนุญาตนำคนต่างด้าวมาเป็นครูฝึก สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการฝึกอบรมไปยกเว้นภาษีได้ รวมทั้งเดือน ก.พ. จะจัดงาน “พัฒนาคน พัฒนางาน สร้างอาชีพ ฝ่าวิกฤตแรงงานด้านก่อสร้าง” โดยจะมีกิจกรรมออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์ก่อสร้างของสถานประกอบกิจการ และกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการ การจัดนัดพบแรงงาน การสาธิตการขับรถเครื่องจักรกลหนัก เป็นต้น
ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ทางสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย 3 สมาคมวงการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนไปยังกระทรวงแรงงานแล้ว โดยประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนเสนอในการแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนระยะสั้น คือ การทบทวนเรื่องขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในไทยอยู่แล้ว แต่ไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เข้าสู่ระบบให้สามารถทำงานในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย
ขณะที่การดำเนินการของรัฐในส่วนของการทำบันทึกความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู กับ 3 ประเทศ ได้แก่ พม่า กัมพูชา และลาว เพื่อนำเข้าแรงงานจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้นั้น ก็เป็นแนวทางแก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอกับการขยายตัวด้านงานก่อสร้างของทั้งภาครัฐ และเอกชน
นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอแนวคิดเรื่องการขยายขอบเขตการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวให้สอดรับกับลักษณะงานก่อสร้าง จากเดิมห้ามข้ามเขตเช่น ขยายความครอบคลุมเป็นระดับจังหวัด หรือครอบคลุมการจ้างงานของบริษัทเดียวกัน จากปัจจุบันใบอนุญาตแรงานต่างด้าวจะระบุพื้นที่เป็นเขตไม่สามารถทำงานข้ามเขตได้ แต่งานก่อสร้างต้องมีการเคลื่อนย้าย แตกต่างจากภาคอุตสาหกรรมที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง ทำให้แรงงานก่อสร้างบางส่วนถูกกฎหมายในบางเขต แต่พอข้ามเขตทำงานก็ผิดกฎหมาย







