
CKขายลูกคืนหนี้เพิ่มเรตติ้ง
ช.การช่างขายหุ้นน้ำประปาไทย รับรู้กำไรการขาย 2,200 ล้านบาท ช่วยแต่งตัวแม่สวยขึ้น หวังเพิ่มอันดับเครดิตกดต้นทุนเงินกู้ต่ำกว่า 5%
ช.การช่างขายหุ้นน้ำประปาไทย รับรู้กำไรการขาย 2,200 ล้านบาท ช่วยแต่งตัวแม่สวยขึ้น หวังเพิ่มอันดับเครดิตกดต้นทุนเงินกู้ต่ำกว่า 5%
นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า บริษัทขายหุ้นบริษัท น้ำประปาไทย (TTW) จำนวน 11% ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ทำให้มีรายได้จากการขายจำนวน 3,300 ล้านบาท และมีกำไรประมาณ 2,200 ล้านบาท โดยมีต้นทุนที่ต่ำเพียง 2.40 บาทต่อหุ้น หลังการขายหุ้น TTW ในครั้งนี้ยังไม่มีแผนจะขายหุ้นอีก จะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นใน TTW ระดับ 19% ต่อไป
สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นครั้งนี้จะนำไปชำระหนี้ ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของบริษัท ช.การช่าง ลดลงจาก 2.6 เท่าเหลือ 1.5 เท่า และคาดหวังว่าจะทำให้อันดับเครดิตดีขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนในการระดมทุนต่ำลงกว่าปัจจุบันในอัตราเอ็มแอลอาร์ ลบ 2% หรือประมาณ 5%
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทางสถาบันจัดอันดับเครดิตคำนึงมี 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ 1.ภาพรวมของอุตสาหกรรม 2.มูลค่างานในมือ และ 3.ฐานะทางการเงิน
“ใน 2 ข้อแรก เราตอบโจทย์ได้ เพราะอุตสาหกรรมก่อสร้างมีการเติบโตสูง และมูลค่างานในมือของ CK ขณะนี้มีจำนวนสูงถึง 1.6 แสนล้านบาท โครงการฝายน้ำล้นไซยะบุรีใน สปป.ลาวก็ไม่มีปัญหาแล้ว โดยมีการวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2555 และเตรียมจะเข้าร่วมประมูลงานอีก 45 แสนล้านบาทในปีนี้ เช่น มอเตอร์เวย์ บางปะอินโคราช รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีชมพู เป็นต้น” นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับแผนงานในปี 2556 บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเบื้องต้น 810% และรายได้จำนวน 2.52.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 2030% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยน่าจะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับ ช.การช่าง เพราะหลายปัจจัยค่อนข้างเป็นบวก รวมถึงเงินบาทแข็งค่าซึ่งจะใช้จังหวะนี้ในการเร่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อทำให้ต้นทุนถูกลง
นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ภาพของ ช.การช่าง ดีมาก ทุกอย่างมีพัฒนาการไปในเชิงบวก และเตรียมเสนอแบบรายการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิง) บริษัท ซีเค เพาเวอร์ (CKP) ในต้นเดือน ก.พ.นี้ และคาดว่าเสนอขายได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ จึงทำให้ ช.การช่าง เป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ติดต่อขอเข้ามารับฟังข้อมูล เช่น กลุ่มประกันเอไอเอ ดอยช์แบงก์ เป็นต้น
“ราคาหุ้นเราไม่แพงแม้สัดส่วนราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ของบริษัทจะสูงถึง 1,000 เท่า แต่เมื่อกำไรปี 2555 ออกมาจะทำให้พี/อีลดลง รวมถึงความชัดเจนของโครงการไซยะบุรี ได้เรียกความมั่นใจของผู้ลงทุนกลับคืน เพราะมีมูลค่าการลงทุนในระดับสูง” นายประเสริฐ กล่าว







