
ได้เอ็มดีเคแบงก์สิ้นก.พ.
“บัณฑูร” ทุบโต๊ะ ก.พ.นี้ รู้ตัวเอ็มดีแบงก์กสิกรไทย
“บัณฑูร” ทุบโต๊ะ ก.พ.นี้ รู้ตัวเอ็มดีแบงก์กสิกรไทย
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ จะได้ตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งหลังจากนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ลาออกไปเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารกสิกรไทย ได้แต่งตั้ง 4 ผู้บริหารร่วม หรือ 4 ภูมิ ขึ้นมาดูแลงานแทน คือนายกฤษฎา ล่ำซำ นายปรีดี ดาวฉาย นายธีรนันท์ ศรีหงส์ และนายสมเกียรติ ศิริชาติไชย ซึ่งทั้งหมดเป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส
“ก.พ.นี้ จะประกาศ รับประ กัน อดใจรออีกหน่อยเดือนครึ่ง แล้วจะพูดได้ชัดเจนว่า ใครจะทำอะไร” นายบัณฑูร กล่าว
นายบัณฑูร กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยยังเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ที่ใครจะดำรงตำแหน่งอะไร อย่างยุทธศาสตร์กลุ่มธุรกิจจีนก็เป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ของธนาคาร ส่วนเรื่องตัวบุคคลนั้น เป็นเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจ ที่เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องปรับเปลี่ยนบุคลากรให้สอดคล้อง
นายบัณฑูร กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปีนี้เติบโต 911% ตามอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่คาดว่าจะเติบโต 5% เป็นระดับการเติบโตสินเชื่อที่พอดี สามารถรักษาทุน ส่วนของผู้ถือหุ้น และบริหารความเสี่ยงภายใต้กรอบที่ตั้งไว้
นายบัณฑูร กล่าวว่า ธนาคารได้ลงนามร่วมกับ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International : UPI) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิต และบัตรเดบิตยูเนี่ยนเพย์ที่มียอดผู้ถือบัตรมากที่สุดในโลกจากประเทศจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และคนจีนที่อยู่ในประเทศไทยในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยจะเริ่มจากการให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตได้เป็นธนาคารแรกในไทย
ยูเนี่ยนเพย์มีผู้ถือบัตรมากที่สุดในโลกถึง 3,230 ล้านใบ เฉพาะในเอเชียแปซิฟิกมีมากกว่า 2,800 ล้านใบ มีร้านค้ารับบัตรกว่า 5.65 ล้านแห่ง มีเครื่องเอทีเอ็มรองรับมากกว่า 1.37 ล้านเครื่องใน 107 ประเทศ สำหรับในประเทศไทยมีการใช้บัตรยูเนียนเพย์ในการชำระค่าสินค้าและบริการในปี 2555 ประมาณ 34,500 ล้านบาท โดยผ่านเครื่องอีดีซีของธนาคารกสิกรไทยประมาณ 7,700 ล้านบาท เติบโตถึง 80% และเป็นการถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยประมาณ 1,560 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยกว่า 38%







