
ธปท.ยันไม่รีบขายหุ้นกรุงไทย
บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯไฟเขียวขายแน่แต่รอจังหวะและเวลา
บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯไฟเขียวขายแน่แต่รอจังหวะและเวลา
กองทุนฟื้นฟูฯ ยันไม่รีบขายหุ้นธนาคารกรุงไทย แม้บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ จะอนุมัติให้ขายหุ้นได้ก็ตาม
นางพวงทิพย์ ปรมาพจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูเพื่อการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ) ได้อนุมัติให้ขายหุ้นที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถืออยู่ในธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่กองทุนฟื้นฟูฯ ยืนยันว่าไม่รีบและยังไม่มีการทำแผนขายหุ้นธนาคารกรุงไทยออกมาแต่อย่างใด
“นั่นเป็นแนวคิดของบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ ที่เห็นว่าหากขายหุ้นธนาคารกรุงไทยออกมา ก็จะนำเงินไปชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ โดยในที่ประชุมผู้ว่า ธปท.ถามเพียงว่า ตกลงหุ้นธนาคารกรุงไทย ทางกองทุนฟื้นฟูฯ ทำอะไรไปแล้วหรือยัง และต้องการทราบแนวทางบอร์ดว่าจะทำอย่างไรต่อแค่นั้น ไม่ได้ว่าต้องขายหรือต้องอะไร” นางพวงทิพย์ กล่าว
ทั้งนี้ การขายหุ้นธนาคารกรุงไทยนั้น ตามนโยบายกองทุนฟื้นฟูฯ จะลดการถือหุ้นลงอยู่แล้ว เพื่อให้ธนาคารไม่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ก็ต้องดูราคาที่เหมาะสม จึงไม่จำเป็นต้องรีบ
นอกจากนั้น กองทุนฟื้นฟูฯ ได้เตรียมเงินเพื่อชำระดอกเบี้ยของพันธบัตรกองทุนฟื้นฟูฯ ไว้แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องขายหุ้นธนาคารกรุงไทยเพื่อมาชำระดอกเบี้ยแต่อย่างใด และกองทุนฟื้นฟูฯ มีความตั้งใจที่จะจ่ายชำระเงินต้นในปีนี้อีก 5,000 ล้านบาทด้วย
“จะขายหุ้นธนาคารกรุงไทยหรือไม่ มติบอร์ดเดิมมีอยู่แล้วว่าให้ขายได้ แต่ตอนนี้พิจารณาอยู่ แต่การขายหุ้นออกมานั้น กองทุนฯ จำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อคงสัดส่วนไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 51% จากปัจจุบันที่กองทุนฯ ถือหุ้นอยู่ในธนาคารกรุงไทยทั้งสิ้น 55.05% โดยหากขายหุ้นจริงก็อาจจะไม่ออกมาปริมาณเยอะจนกระทบต่อผู้ถือหุ้นหรือกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ” นางพวงทิพย์ กล่าว
เพราะกองทุนถือหุ้นใหญ่ในKTB ที่ผ่านมาเมื่อปี53 ตอนกองทุนมีหนี้เยอะๆ ก็เริ่มมีการทยอยขายหุ้น KTB ออกมาแต่พอขายจริงก็พบว่ามีปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การขายก็ต้องดูจังหวะ เราไม่ใช่คนเล่นหุ้น แต่ภาระดอกเบี้ยไม่มีจนต้องขาย เพราตอนนี้ดอกเบี้ยลง ทำให้ภาระดอกเบี้ยของกองทุนน้อยลง”นางพวงทิพย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปีนี้กองทุนไม่มีวัตถุประสงค์ในการหาเงินเพื่อชำระดอกเบี้ยแล้ว อีกทั้งดอกเบี้ยในตลาดเงินอยู่ในระดับต่ำ ภาระก็ลดลง ดังนั้นกองทุนฟื้นฟูฯ ก็มีเวลาและโอกาสพิจารณาถึงการหาเงินมาชำระหนี้เงินต้นกองทุนฟื้นฟูฯ โดยประเด็นหลักๆ ที่กองทุนฟื้นฟูฯ จำเป็นต้องพิจารณาคือ การขายหุ้นบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถืออยู่
ปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูฯ ถือหุ้นอยู่ใน บสก. 547 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 25 บาท มูลค่าตามบัญชีหุ้นละ 50.23 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.75 หมื่นล้านบาท โดยการขายหุ้นดังกล่าวถือเป็นแนวทางหนึ่งที่นำมาชำระเงินต้นได้ แต่การขายหุ้น บสก.ออกมานั้น กองทุนฟื้นฟูฯ จำเป็นต้องเลือกแนวทางที่ดีที่สุดเช่นกัน
สำหรับความคืบหน้าการนำ บสก.เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และคาดว่าจะนำ บสก.เข้าตลาดได้ประมาณต้นปี 2557







