posttoday
ธปท.ชงคลังเปิดเสรีการเงินในปี2557

ธปท.ชงคลังเปิดเสรีการเงินในปี2557

23 มกราคม 2556

ธปท. เตรียมเปิดแข่งขันเสรีให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทยได้ในปี 2557 ชี้ธนาคารพาณิชย์ในไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน

ธปท. เตรียมเปิดแข่งขันเสรีให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทยได้ในปี 2557 ชี้ธนาคารพาณิชย์ในไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จะมีการนำแผนการเปิดเสรีในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติรายใหม่ และรายเดิมที่ทำธุรกิจธนาคารในไทยอยู่แล้ว สามารถขยายและจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ใหม่ได้ เสนอต่อกระทรวงการคลังภายในไตรมาสแรกปีนี้ และในไตรมาส 2 ของปีนี้ ก็น่าจะกำหนดกรอบการเปิดได้ว่าระดับใดจึงจะเหมาะสม เพื่อที่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะได้เริ่มดำเนินการเตรียมการเปิด และเริ่มเปิดจริงจังให้รายใหม่เข้ามาได้ภายในต้นปี 2557 ต่อไป

“เรื่องการออกใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่เพิ่มเติม ตอนนี้ธปท.ยังอยู่ระหว่างนำเสนอต่อคลัง คาดว่าจะเสนอได้ภายในไตรมาสแรกปีนี้ และเปิดเสรีจริงจังได้ในต้นปี 2557 “ นายประสารกล่าว

นายประสาร กล่าวว่า การเปิดเสรีภาคธุรกิจธนาคารน่าจะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ในไทย แต่อย่างไรก็ตาม การเปิด ธปท.จะทำแผนประกอบเป็นจังหวะ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ในไทยสามารถทำธุรกิจได้เต็มที่ และเปิดโอกาสให้ธนาคารในต่างประเทศเข้ามาทำธุรกิจได้มากขึ้น เป็นการเตรียมการรองรับความร่วมมือในภูมิภาคที่จะเกิดกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

“เท่าที่ประเมิน ถึงจะมีแบงก์รายใหม่เข้ามา หรือที่มีอยู่แล้วขยายเพิ่ม ก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคของแบงก์ในไทย การเปิดมากขึ้นน่าจะดีต่อลูกค้าผู้ใช้บริการ สิ่งที่เป็นการให้บริการของธนาคารพาณิชย์จะได้เข้มแข็งขึ้น ที่ผ่านมา ธปท.ได้ส่งสัญญาณให้ธนาคารในไทยปรับตัวไว้ก่อนหน้านี้มา 2 ปีแล้ว แบงก์ในไทยก็มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากในการบริหารจัดการ มีการตั้งผู้บริการที่รับผิดชอบขยายธุรกิจในภูมิภาคขึ้นเป็นการเฉพาะ เป็นสัญญาณที่ดี ผู้ใช้บริการก็น่าจะได้ประโยชน์” นายประสาร กล่าว

นายประสาร กล่าวถึง ภาพรวมในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า หากดูจากระดับราคาก็ไม่ถึงกับสูงจนเกินไป เพราะถ้าเทียบกับฮ่องกงและสิงคโปร์ ถือว่าราคาเขาค่อนข้างขึ้นเร็วกว่า แต่ในระดับภาพย่อยในบางจุดก็ยอมรับว่าเห็นโครงการเปิดใหม่มากขึ้น ประชาชนมีความต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 และซื้อคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น แต่ภาวะที่โตขึ้นนี้ก็ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจให้ขยายตัวเร็วเกินไปจนน่าเป็นห่วง เพราะจะว่าไปดอกเบี้ยไทยไม่ได้สูง จึงอาจนำไปสู่ความเสี่ยงภัยได้ในบางระดับ ธปท.จึงต้องเฝ้าติดตามดูต่อ

และมีการออกหลักเกณฑ์ดูแลอัตราส่วนการปล่อยกู้ต่อราคาสินทรัพย์(LTV) ที่กำหนดบ้านเดี่ยวปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 95 % ของราคาบ้าน และคอนโดมิเนียมได้ไม่เกิน 90% เป็นการสร้างมาตรคุณภาพการปล่อยสินเชื่อ ให้มีการดูแลความเสี่ยงการปล่อยกู้ที่ดีให้ภาคธุรกิจอสังหาโตมากเกินไปจนเป็นปัญหากับระบบเศรษฐกิจภาพรวม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน