
ทำดี ทำใกล้ ทำก่อน
ปัญหาในเรื่องแต่งตัวของผู้หญิงมี 2 ข้อ หนึ่ง ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ และสอง ไม่มีตู้จะใส่เสื้อผ้า นั่นแปลว่าตอนซื้อแค่อยากและตอนใส่ก็เรื่องเยอะ หรือเปล่าคะ? “โบว์” นั่งดูแค็ตตาล็อกออนไลน์ กระเป๋าญี่ปุ่นเทรนด์ใหม่มาแรง คิดไว้แล้วว่าเงินเดือนออกต้องสั่งซื้อให้ได้ จะไม่มีกินตอนปลายเดือนก็ค่อยว่ากัน เธอลืมไปว่า มีเวลาถือกระเป๋าโชว์แค่ตอนเดินจากที่จอดรถมานั่งโต๊ะทำงาน และอีกครั้งตอนเดินจากโต๊ะทำงานไปที่รถ ส่วน “หนุ่ม” นั่งลูบคลำข้อมือตัวเอง ตั้งใจว่าจะรูดบัตรเครดิตถอยนาฬิกายุโรปยี่ห้อดังราคาหลายหมื่นมาใส่ให้เท่ โดยลืมคิดไปว่า นาฬิกามีไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ดูยี่ห้อ
ปัญหาในเรื่องแต่งตัวของผู้หญิงมี 2 ข้อ หนึ่ง ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ และสอง ไม่มีตู้จะใส่เสื้อผ้า นั่นแปลว่าตอนซื้อแค่อยากและตอนใส่ก็เรื่องเยอะ หรือเปล่าคะ? “โบว์” นั่งดูแค็ตตาล็อกออนไลน์ กระเป๋าญี่ปุ่นเทรนด์ใหม่มาแรง คิดไว้แล้วว่าเงินเดือนออกต้องสั่งซื้อให้ได้ จะไม่มีกินตอนปลายเดือนก็ค่อยว่ากัน เธอลืมไปว่า มีเวลาถือกระเป๋าโชว์แค่ตอนเดินจากที่จอดรถมานั่งโต๊ะทำงาน และอีกครั้งตอนเดินจากโต๊ะทำงานไปที่รถ ส่วน “หนุ่ม” นั่งลูบคลำข้อมือตัวเอง ตั้งใจว่าจะรูดบัตรเครดิตถอยนาฬิกายุโรปยี่ห้อดังราคาหลายหมื่นมาใส่ให้เท่ โดยลืมคิดไปว่า นาฬิกามีไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ดูยี่ห้อ
“พจน์” ทำงานอยู่โรงงานเบื่อจะโหนรถสองแถว กะว่าเงินเดือนบวกโอทีเดือนนี้พอจะดาวน์มอเตอร์ไซค์ออกมาขี่ได้ ส่วนจะผ่อนต้นจ่ายดอกอย่างไร ไว้ไปปรึกษา “บัง” แกป้วนเปี้ยนอยู่แถวโรงงานทุกวัน เช่นเดียวกับ “ศรี” แม่ลูกอ่อน แต่ละเดือนแค่ค่านมกับผ้าอ้อมสำเร็จรูป รายได้ไม่เคยพอชนเดือน ยังดีที่ได้ “บัง” ช่วยไว้ จ่ายคืนให้ “บัง” ทุกเดือน แต่เงินต้นไม่มีลด มีแต่เพิ่ม เพื่อนบางคนของ “ศรี” ต้องเอาบัตรเอทีเอ็มบัญชีเงินเดือนให้ไว้กับ “บัง” แล้วจะใช้เงินเท่าไหร่ก็บอก
หนี้สินของคนไทยเข้าขั้นสาหัสขึ้นทุกขณะ ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บอกว่า ไตรมาส 3 ปี 2555 ครอบครัวไทยมีหนี้สินเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในขณะที่ชำระหนี้ได้น้อยลงถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ข้อมูลนี้ยังไม่รวมหนี้นอกระบบซึ่งคงมีปริมาณมากจนน่าตกใจ
ยิ่งคนไทยมีหนี้มาก คุณภาพชีวิตก็ลดลง คนที่มีปัญหาหนี้จะเครียด กังวล นำไปสู่ปัญหาครอบครัวและอาชญากรรม ผลจากการเป็นหนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ที่บ้าน เพราะคนเหล่านี้มีภาระงานการที่ต้องรับผิดชอบ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะแบกความเครียดความกังวลมาที่ทำงานด้วย ผลการศึกษาของ Personal Finance Employee Education Foundation ในอเมริกา พบว่าคนที่มีปัญหาเรื่องหนี้จะใช้เวลางาน 1220 ชั่วโมงต่อเดือน ขบคิดแก้ปัญหาเรื่องหนี้ ประสิทธิภาพการทำงานของตัวลูกจ้างและผลผลิตโดยรวมก็ลดลง บางรายเสียงานเสียการ หนีหายไป ไม่กลับมาทำงานอีก เพราะกลัวถูกทวงหนี้ ปัญหาหนี้จึงอาจเป็นเหตุที่ฉุดความสามารถในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยให้ลดลงได้
จะดีไหมที่บริษัทนายจ้างจะหันมาใส่ใจเรื่องหนี้ๆ นี้ของพนักงานและลูกจ้าง ในขณะที่แต่ละปีหลายบริษัททำกิจกรรมบริจาคช่วยเหลือสังคมมากมาย บริษัทน่าจะแบ่งเวลาและทุนทรัพย์จากกิจกรรมเหล่านั้นมายังพนักงานบ้าง ในหลายกรณีบริษัทไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย เพียง “ใช้ใจและให้เวลา” เท่านั้น
ปัญหาหนี้ที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ มักเกิดจากความไม่รู้ ตั้งแต่ว่าอะไรคือ “จำเป็น” อะไรคือ “อยาก” พอจะกู้เงิน ก็กู้นอกระบบโดยไม่รู้ว่าควรทำสัญญา แล้วยังถูกหักล่วงหน้าไว้อีก ดอกเบี้ยคิดอย่างไร เขาเรียกเท่าไหร่ก็จ่าย เงินต้นก็ไม่เคยลด เพราะไม่รู้จะเอาอะไรไปอ้างว่าที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยหรือเงินต้น พันกันเป็นงูกินหาง
ดังนั้น โครงการที่บริษัทจะทำเพื่อช่วยเหลือพนักงานจึงควรเริ่มจาก (1) แก้ความไม่รู้ด้วยการ “ให้ความรู้” จัดหาผู้มีความรู้เรื่องการจัดการเงินส่วนบุคคลไปถ่ายทอดความรู้ ให้รู้หา รู้ใช้ รู้เก็บ ทำให้งอกเงย อาจถ่ายทอดไว้กับหัวหน้างานเพื่อให้ถ่ายทอดต่อยังพนักงาน และพนักงานไปเล่าต่อในครอบครัว (2) “เผชิญหน้ากับความจริง” จดรายรับ รายจ่าย ทรัพย์สิน หนี้สินทุกรายการ หาว่าพฤติกรรมอะไรที่เป็นต้นเหตุของหนี้ แล้วเปิดให้พนักงานสมัครใจเข้าโครงการแก้หนี้ และ (3) “ปฏิบัติการแก้หนี้” หากบริษัทเห็นว่าควรให้ความช่วยเหลือ บริษัทอาจเคลียร์ให้ หรือติดต่อกู้ใหม่จากธนาคาร แล้วจัดการให้การชำระหนี้เป็นระบบ จากนั้นย้อนกลับไปทำ (1) และ (2) อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าไม่กลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ นั้นอีก
ก่อนจะไปทำดีกับคนไกล ลองหันมองคนรอบตัวเราก่อน และนี่คือหนึ่งใน CSR ที่บริษัทลงมือทำได้ตั้งแต่วันนี้ ...บอกเล่าให้เราฟังว่าบริษัทของท่านช่วยเหลือพนักงานด้านนี้อย่างไร เพื่อเป็นวิทยาทานต่อไป หรือหากต้องการคำปรึกษาเขียนมาหาเราได้ที่ [email protected] ค่ะ







