
‘อมตะบีกริม’จ่อยื่นก.พ.นี้
กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน320เมกะวัตต์6,000ล้าน
กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน320เมกะวัตต์6,000ล้าน
อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เตรียมยื่นขอตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ก.พ. นำโรงไฟฟ้า 2 โรง 6,000 ล้านบาทขาย
นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ ว่า ประมาณปลายเดือน ก.พ. บริษัทจะยื่นขอจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 6,000 ล้านบาท ด้วยการนำโรงไฟฟ้าสองโรง 320 เมกะวัตต์ เข้ากองทุนนี้ และมีธนาคารกสิกรไทยเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก มีสัญญาขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) 21 ปี ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี โดยโรงแรกมีสัญญาขายไฟฟ้าเหลืออยู่ 7 ปี โรงที่สองเหลืออยู่ 10 ปี
นอกจากมีสัญญาขายไฟฟ้าให้ กฟผ.แล้ว ยังขายไฟฟ้าให้ลูกค้าในนิคมอีก 25 ราย
บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มบริษัท บี.กริม 56% ซูมิโตโม 30% และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน 13.44%
ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าทั้งที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 6 โรง และมีสัญญาที่จะต้องสร้างและดำเนินการต่อเนื่องอีก 10 โรง รวมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท
สิ้นปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไร 500 ล้านบาท จากรายได้ 9,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2554 ที่มีกำไรเกือบ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะมีการปิดซ่อมครั้งใหญ่ ปี 2556 คาดว่าจะมีรายได้ 1.32 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,300 ล้านบาท เพราะรวมผลประกอบการโรงไฟฟ้าแห่งที่สามเข้ามาเต็มที่จากที่เพิ่มเปิดดำเนินการเมื่อปลายปี 2555
ก่อนหน้านี้ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป (BTS) ได้ประกาศจะยื่นไฟลิงขอจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท และนางวันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) คาดว่าจะยื่นไฟลิงต่อ ก.ล.ต.เดือน ม.ค.นี้ เพื่อจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารกสิกรไทยเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเช่นเดียวกัน







