posttoday
ชงครม.สัญจรเคาะ6โครงการภาคเหนือ6.5พันล.

ชงครม.สัญจรเคาะ6โครงการภาคเหนือ6.5พันล.

20 มกราคม 2556

ที่ประชุม กรอ. เห็นชอบข้อเสนอ 6 โครงการพัฒนา 5จังหวัดภาคเหนือตอนล่างวงเงิน 6.5พันล้านบาท ชงครม.สัญจรเคาะ 21 ม.ค.

ที่ประชุม กรอ. เห็นชอบข้อเสนอ 6 โครงการพัฒนา 5จังหวัดภาคเหนือตอนล่างวงเงิน 6.5พันล้านบาท ชงครม.สัญจรเคาะ 21 ม.ค.

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ว่า ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนที่ได้จัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อส่งเสริมการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ 4 ด้าน6 เรื่อง วงเงิน 6,508 ล้านบาท โดยจะนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมครม.สัญจรในวันที่ 21 ม.ค.นี้

สำหรับข้อเสนอ 4 ด้านของภาคเอกชนประกอบด้วย ด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุน 2 โครงการ คือ เร่งรัดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ แม่สอด จ.ตาก ภายในปี2558, เร่งรัดยกระดับด่านภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เป็นด่านถาวร ภายในเดือน มี.ค.2556

ด้านการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ มี 2 โครงการคือ เร่งรัดโครงการขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร เพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซี ของประเทศไทย และการยกระดับด่านภูดู่เป็นด่านถาวร งบประมาณ 3,300 ล้านบาท, ทบทวนโครงการศึกษาและพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางภาคเหนือ โดยให้สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดตั้งศูนย์บริการขนส่งผู้โดยสาร และศูนย์กระจายสินค้าเนื่องจากสี่แยกอินโดจีน จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์บนระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก

ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง อ.เมือง จ.พิษณุโลก วงเงินทั้งสิ้น 248 ล้านบาท

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ 1 โครงการ คือ โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพภาคเหนือตอนล่าง จ.พิษณุโลก วงเงิน 2,900 ล้านบาท ระยะเวลาดาเนินการ 3 ปี ในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอเอกชน เพิ่มเติมอีก 5 เรื่อง คือ การยกระดับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างและทั่วประเทศ โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการอบรมวงเงินรวม 60 ล้านบาท, ขอให้มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคอาเซียน, เร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์, เร่งรัดการส่งเสริมการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน และรับทราบบทบาทภาคเอกชนในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ไปสู่การปฏิบัติด้วย

ด้าน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาที่อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อตรวจเยี่ยมสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ เพราะถือว่าเป็นประตูสำคัญทางเศรษฐกิจของไทยและพม่า ที่ผ่านมาการค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น จากปีละ 2.5 หมื่นล้านเป็นปีละกว่า 3 หมื่นล้าน ถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อจากตะวันออก สู่ตะวันตก ไทย-ลาว และไปถึงเวียดนาม

ทั้งนี้นายกฯต้องการสาธารณูปโภคมีความเชื่อมโยง ดังนั้น ไทยต้องลงทุนโครงข่ายพื้นฐาน เพื่อให้เกิดความสะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะจุดผ่านแดน แต่ต้องตรวจไม่ให้มีการลักลอบของเถื่อน ยาเสพติด จึงต้องหารือในภาพรวมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ว่าจะทำอย่างไรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มากขึ้น เพราะจุดแข็งคือ เป็นทางผ่านเศรษฐกิจและมีเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่

“หลายคนมองว่า ครม.สัญจร รัฐบาลหอบเงินมาแบ่งเค้ก มาแจกกันระหว่าง 5-6 จังหวัด ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่อย่างนั้น แต่ยอมรับว่าเรามีงบประมาณพิเศษ และอยากเห็นกลุ่มจังหวัดพัฒนาร่วมกัน โดยนำจุดแข็งมาพัฒนา ขณะที่นายกฯบอกว่าแต่ละจังหวัดต้องขับเคลื่อน จะรอเพียงแต่ส่วนกลางลงมาพัฒนาไม่ได้ และการพัฒนาระดับจังหวัดต้องดูด้วยว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับประเทศหรือไม่ ไม่ใช่สักแต่ลงทุนแล้วประชาชนไม่ได้รับการพัฒนา และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างจะสามารถรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างดี โดยในที่ประชุมครม.นอกสถานที่จะคุยกัน หลังจากที่ได้คุยกันในที่ประชุม กรอ.และกลุ่มผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง” นายสุรนันทน์กล่าว

***ภาพจากเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra***

ชงครม.สัญจรเคาะ6โครงการภาคเหนือ6.5พันล.

 

ชงครม.สัญจรเคาะ6โครงการภาคเหนือ6.5พันล.

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน