
...พักฐานแต่มีโอกาสรีบาวด์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นยังเป็นไปอย่างจำกัด โดยแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็กมีหนาแน่น ในขณะที่แรงขายหุ้นใหญ่ยังคงกดดันดัชนีฯ ที่บริเวณ 1,430 จุด ตลาดเป็นลักษณะของการเลือกตัวซื้อและเก็งกำไรมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 1 บาท มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามามากเนื่องจากระดับการปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ในระดับที่สูง ในขณะที่ปัจจัยภายนอกยังเงียบ ตลาดรอดูผลประกอบการสหรัฐที่ทยอยประกาศ และเรื่องเพดานหนี้สหรัฐยังเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตาและกดดันระดับการปรับตัวขึ้นของดัชนี
ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นยังเป็นไปอย่างจำกัด โดยแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็กมีหนาแน่น ในขณะที่แรงขายหุ้นใหญ่ยังคงกดดันดัชนีฯ ที่บริเวณ 1,430 จุด ตลาดเป็นลักษณะของการเลือกตัวซื้อและเก็งกำไรมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 1 บาท มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามามากเนื่องจากระดับการปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ในระดับที่สูง ในขณะที่ปัจจัยภายนอกยังเงียบ ตลาดรอดูผลประกอบการสหรัฐที่ทยอยประกาศ และเรื่องเพดานหนี้สหรัฐยังเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตาและกดดันระดับการปรับตัวขึ้นของดัชนี
ทิศทางในสัปดาห์นี้ประเมินว่าตลาดยังคงอยู่ในช่วงของการพักฐาน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้างหรืออ่อนตัวลง โดยแนวรับที่รองรับการปรับตัวลงอยู่ที่บริเวณ 1,405, 1,395 และ 1,380 จุด ในขณะที่การปรับตัวขึ้นยังคงติดแนวต้านที่บริเวณ 1,4301,435 จุด นอกจากประเด็นเรื่องผลประกอบการสหรัฐแล้ว ปัจจัยที่ถ่วงตลาดในอนาคตจะอยู่ที่เรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐที่ต้องเพิ่มขึ้นภายในปลายเดือน ก.พ. มิฉะนั้นสหรัฐจะผิดนัดชำระหนี้ โดยหากตลาดมีช่วงอ่อนตัวลงมาตามบริเวณแนวรับของ SET Index สามารถซื้อเก็งกำไรดักดีดกลับได้เป็นระยะๆ
แม้ว่าประเด็นเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ เราเชื่อว่าในที่สุดสภาครองเกรสจะสามารถหาข้อสรุปได้รวมถึงสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้ แต่คาดว่าการถกเถียงกันทางการเมืองจะสามารถกดดันหุ้นทั่วโลกได้ โดยเฉพาะในต้นเดือน ก.พ. เป็นต้นไป ซึ่งล่าสุด Fitch Rating ออกมาขู่ลดอับดับเครดิตสหรัฐที่ AAA หากไม่สามารถปรับเพิ่มเพดานหนี้ขึ้นได้ ซึ่งเราประเมินว่าสหรัฐอาจจะต้องทำการเพิ่มเพดานหนี้ไปทุกๆ ปี และจะกลายเป็นเรื่องปกติไป เนื่องจากแนวโน้มการขาดดุลของสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2013 นี้ คาดว่าสหรัฐจะขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 9.01 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ปี 2014 และ 2015 สหรัฐจะขาดดุลเพิ่มอีก 6.68 และ 6.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ทำให้อย่างน้อยที่สุดภายในเดือน ก.พ.นี้ สหรัฐจะต้องเพิ่มเพดานหนี้ขึ้นไปจาก 16.40 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไปเป็น 17.40 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ไม่ผิดนัดชำระหนี้ในปีนี้ และจะต้องทำการปรับเพดานหนี้เพิ่มขึ้นทุกปีตามแผนขาดดุลงบประมาณ
ประเมินว่าหุ้นที่ขึ้นช้าและหุ้นขนาดกลางและเล็กยังคงได้รับความสนใจ เนื่องจากในช่วงที่ SET Index ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 16 ปี ยังมีหุ้นหลายตัวที่ยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้แต่ปัจจัยพื้นฐานมีแนวโน้มที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เช่น กลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มเดินเรือทำให้ภาพโดยรวม หุ้นในกลุ่มเหล่านี้จะเวียนกลับมาปรับตัวขึ้นและสลับสับเปลี่ยนกันหนุนตลาด ในขณะที่นักเก็งกำไรที่เน้นผลตอบแทนสูงจะเข้าซื้อหุ้นที่มีมูลค่าต่อหุ้นต่ำ (โดยเฉพาะต่ำกว่าบาท) เนื่องจากอัตราการปรับตัวขึ้นจะมากกว่าหุ้นที่มีมูลค่าต่อหุ้นสูง
ทิศทางเทคนิค SET Index คาดว่าการอ่อนตัวลงของตลาดจะมีช่วงรีบาวด์ได้ตามแนวรับ 1,405, 1,395 และ 1,380 จุด โดยหากนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องเชื่อว่าการปรับตัวลงยังคงจำกัดในขณะที่แรงขายของนักลงทุนสถาบันจากประเด็นเรื่อง Trigger funds และ LTF ชะลอลงไปมากแล้ว กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นช่วงอ่อนตัวลงตามแนวรับในหุ้นที่คาดว่าปัจจัยพื้นฐานจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วอย่างหุ้นในกลุ่มเดินเรือและปิโตรเคมี







