
ชาญฯรุกคอนโดล้านต้น
ส่งISSIจับลูกค้าระดับกลางเดินหน้าลงทุนชะอำปากช่อง
ส่งISSIจับลูกค้าระดับกลางเดินหน้าลงทุนชะอำปากช่อง
ชาญอิสสระ เบนเข็มจับตลาดคอนโดระดับกลาง ส่งแบรนด์ ISSI ลุยตลาด เคาะราคาล้านต้นเจาะคนรุ่นใหม่
นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ กล่าวว่า ในปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ค่อนข้างดีมาก โดยธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ถึง 5% จากภาคการส่งออก พืชผลเกษตร และนโยบายรัฐในด้านต่างๆ ที่ทำให้กำลังซื้อของคนสูงขึ้น โดยเฉพาะคนชั้นกลางที่มีฐานการตลาดที่กว้างและมีรายได้สูงขึ้น บริษัทจึงเปิดตัวคอนโดมิเนียม แบรนด์ใหม่ชื่อ อิซซี่ (ISSI) เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอายุ 2045 ปี
สำหรับโครงการแรกภายใต้แบรนด์อิซซี่ ได้แก่ อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ มีเนื้อที่กว่า 3 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 24 ชั้น จำนวน 892 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 2155 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.233.7 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการโดยบริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ชาญอิสสระ กับบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ
นายสงกรานต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่ลงทุนในโครงการบ้านทิวทะเล ชะอำหัวหิน เฟสที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนกับกลุ่มสหพัฒน์ เนื้อที่โครงการ 15 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม 3 อาคาร จำนวน 460 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ขายในราคากว่า 2 ล้านบาท และพัฒนาโรงแรมระดับ 5 ดาว เนื้อที่ 15 ไร่ จำนวน 200 ห้อง มูลค่า 1,000 ล้านบาท
“ในอนาคตบริษัทยังมีแผนลงทุนร่วมกับกลุ่มสหพัฒน์ต่อเนื่อง เช่น ที่ดินที่ศรีราชา และบางนาตราด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะนำมาพัฒนาในรูปแบบใด” นายสงกรานต์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ร่วมพัฒนากับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ชื่อโครงการบ้านสีตวัน ปากช่องเขาใหญ่ เป็นบ้านตากอากาศที่จะนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูป เอสซีจี ไฮม์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบ้านสำเร็จรูปจากญี่ปุ่นมาใช้ในการก่อสร้างบ้านระดับไฮเอนด์จำนวน 55 หลัง บนเนื้อที่ 27 ไร่ มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ขายราคา 1115 ล้านบาท
“ในปีนี้เรื่องของการก่อสร้างจะมีปัญหาจากการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แม้โครงการจะสามารถขายได้ดี แต่จะติดปัญหาก่อสร้าง บริษัทจึงต้องพยายามหาช่องทางแก้ปัญหาในหลายๆ วิธี เช่น การนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้ หรือการใช้ผู้รับเหมารายใหญ่เข้ามาก่อสร้าง เช่น โครงการบ้านทิวทะเลที่ใช้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ เป็นต้น และพยายามใช้การออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างได้” นายสงกรานต์ กล่าว
สำหรับโครงการศรีพันวา ภูเก็ต บริษัทมีแผนจะพัฒนาโครงการเพิ่มอีกประมาณ 50 ห้อง โดยมีแผนจะเอาโครงการทั้งหมดเข้าระดมทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เงินส่วนหนึ่งจะนำมาขยายโครงการต่อ และส่วนหนึ่งจะเป็นรายได้ของบริษัท โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมไว้กว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่ปีที่แล้วมียอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท







