
หุ้นได้เสียบาทแข็งเหล็กสื่อสารสบาย
ค่าเงินแข็งปั๋งจ่อ 30 บาท ฟินันเซียไซรัส เผยหุ้นได้ดีเสีย
ค่าเงินแข็งปั๋งจ่อ 30 บาท ฟินันเซียไซรัส เผยหุ้นได้ดีเสีย
บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซียไซรัส ออกบทวิเคราะห์ว่า ปีนี้เงินบาทแข็งค่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย 1.4% รองจากริงกิตมาเลเซียที่แข็งค่ามากสุด 1.8% ขณะที่ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียแข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 0.8%
สำหรับเงินบาทที่แข็งค่า เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น น้ำมันพืชไทย (TVO) เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) การบินไทย (THAI) และเอเชีย เอวิเอชั่น (AAV)
กลุ่มเหล็กก็ได้รับผลดี อาทิ บางสะพานบาร์มิล (BSBM) ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) กลุ่มสื่อสาร เช่น แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และสามารถเทลคอม (SAMTEL)
ขณะเดียวกัน การที่ค่าเงินบาทแข็งมากเป็นลบต่อบริษัทที่มีรายได้เป็นเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด กลุ่มอาหารส่งออก เช่น ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) จีเอฟพีที (GFPT) ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH) ทิปโก้ฟูดส์ (TIPCO) น้ำตาลขอนแก่น (KSL) และศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA)
กลุ่มโรงแรม กลุ่มโรงพยาบาล อาทิ กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) และไทยคม (THCOM)
นอกจากนี้ ยังเป็นกลางกับกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เพราะแม้มีรายได้เป็นเงินเหรียญสหรัฐ แต่ก็มีหนี้เงินกู้เป็นเงินเหรียญสหรัฐในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
ขณะที่กลุ่มที่ไม่ถูกกระทบ คือ กลุ่มบ้าน นิคมอุตสาหกรรม และรับเหมาก่อสร้าง
ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ทดสอบแนวต้าน 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่ผ่าน อยู่บริเวณ 30.02 บาท ท่ามกลางแรงขายเงินเหรียญสหรัฐของผู้ส่งออก
ด้านนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยถึง 10,510 ล้านบาท และซื้อต่อเนื่องในตลาดหุ้นจำนวน 502.99 ล้านบาท โดยดัชนีหุ้นปรับตัวลง 2.21 จุด ปิดที่ระดับ 1,422.86 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขาย 56,757.96 ล้านบาท







