
ราคายางพุ่งเกินร้อย รับศก.ฟื้นยอดซื้ออื้อ
โพสต์ทูเดย์
— ชาวสวนยางยิ้มออก ราคายางพุ่งทะลุร้อยบาทต่อกิโลกรัม หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แห่สั่งซื้อยางเพิ่มนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจะจัดงานวันยางพาราแห่งชาติระหว่างวันที่ 911 เม.ย. ที่ จ.พะเยา ตามนโยบายการจัดงานที่ให้หมุนเวียนไปจัดตามภาคต่างๆ ซึ่งในปีนี้จะฉลองใหญ่ในโอกาสที่ราคายางพาราไทยสูงเป็นประวัติศาสตร์ที่ 111.50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากหลายประเทศเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ส่งผลให้สั่งนำเข้ายางพาราจากไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งในปีนี้คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้มากกว่า 2.85 ล้านตัน เพิ่มจากที่ปี 2552 ที่ส่งออก 2.7 ล้านตัน
ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการยางพาราในตลาดโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวในอัตราเฉลี่ย 3% ต่อปี โดยประเทศที่ใช้ยางพาราเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ ส่งผลให้ราคายางในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการ ใช้ที่เพิ่มขึ้นด้วยสำหรับสถานการณ์การส่งออก ปี 2553 คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้ประมาณ 2.85ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 52 ซึ่งส่งออก 2.7 ล้านตัน เนื่องจากจีนมีการนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง 6.4% ต่อปี โดยไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 2534 ส่งผลให้ยางพาราเป็นพืชเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญ มีมูลค่าถึงปีละ 4 แสนล้านบาท จากพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศประมาณ 16 ล้านไร่
“
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผอ.สกย. เปิดเผยว่าเชื้อว่าทั้งปีราคายางจะไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกก. ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเพราะต้นทุนอยู่ที่ 4050 บาทต่อกก. ซึ่งราคาเฉลี่ยที่ผ่านมาสกย.คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาทต่อกก.แต่ราคาได้ขึ้นไปถึง 100 บาทต่อกก.ก็เพราะจีนมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต“ราคายางพาราสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 105110 บาท โดยเชื่อว่าเกิดจากความต้องการใช้ยางพาราในตลาดโลกมีเพิ่มขึ้น ประกอบกับการประสานงานร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดทั้งในระดับรัฐมนตรีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ซึ่งได้มีมาตรการต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา จึงทำให้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นมาก” นายศุภชัย กล่าวทั้งนี้แนวโน้มความต้องการยางพาราในตลาดโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวในอัตราเฉลี่ย 3% ต่อปี โดยประเทศที่ใช้ยางพาราเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน อินเดียและเกาหลีใต้ ส่งผลให้ราคายางในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นด้วยสำหรับสถานการณ์การส่งออก ปี 2553 คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้ประมาณ 2.85ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 52 ซึ่งส่งออก 2.7 ล้านตัน เนื่องจากจีนมีการนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง 6.4 % ต่อปี ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 34ส่งผลให้ยางพาราเป็นพืชเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญ มีมูลค่าถึงปีละ 400,000ล้านบาท จากพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ ประมาณ 16 ล้านไร่
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า เชื่อว่าทั้งปีราคายางจะไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเพราะต้นทุนอยู่ที่ 4050 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาเฉลี่ยที่ผ่านมา สกย.คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาได้ขึ้นไปถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม ก็เพราะจีนมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์







