posttoday
ราคายางพุ่งเกินร้อย รับศก.ฟื้นยอดซื้ออื้อ

ราคายางพุ่งเกินร้อย รับศก.ฟื้นยอดซื้ออื้อ

31 มีนาคม 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ชาวสวนยางยิ้มออก ราคายางพุ่งทะลุร้อยบาทต่อกิโลกรัม หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แห่สั่งซื้อยางเพิ่ม

นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจะจัดงานวันยางพาราแห่งชาติระหว่างวันที่ 911 เม.ย. ที่ จ.พะเยา ตามนโยบายการจัดงานที่ให้หมุนเวียนไปจัดตามภาคต่างๆ ซึ่งในปีนี้จะฉลองใหญ่ในโอกาสที่ราคายางพาราไทยสูงเป็นประวัติศาสตร์ที่ 111.50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากหลายประเทศเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ส่งผลให้สั่งนำเข้ายางพาราจากไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งในปีนี้คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้มากกว่า 2.85 ล้านตัน เพิ่มจากที่ปี 2552 ที่ส่งออก 2.7 ล้านตัน

ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการยางพาราในตลาดโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวในอัตราเฉลี่ย 3% ต่อปี โดยประเทศที่ใช้ยางพาราเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ ส่งผลให้ราคายางในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการ ใช้ที่เพิ่มขึ้นด้วยสำหรับสถานการณ์การส่งออก ปี 2553 คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้ประมาณ 2.85ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 52 ซึ่งส่งออก 2.7 ล้านตัน เนื่องจากจีนมีการนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง 6.4% ต่อปี โดยไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 2534 ส่งผลให้ยางพาราเป็นพืชเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญ มีมูลค่าถึงปีละ 4 แสนล้านบาท จากพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศประมาณ 16 ล้านไร่

“นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผอ.สกย. เปิดเผยว่าเชื้อว่าทั้งปีราคายางจะไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกก. ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเพราะต้นทุนอยู่ที่ 4050 บาทต่อกก. ซึ่งราคาเฉลี่ยที่ผ่านมาสกย.คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาทต่อกก.แต่ราคาได้ขึ้นไปถึง 100 บาทต่อกก.ก็เพราะจีนมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต“ราคายางพาราสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 105110 บาท โดยเชื่อว่าเกิดจากความต้องการใช้ยางพาราในตลาดโลกมีเพิ่มขึ้น ประกอบกับการประสานงานร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดทั้งในระดับรัฐมนตรีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ซึ่งได้มีมาตรการต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา จึงทำให้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นมาก” นายศุภชัย กล่าว

ทั้งนี้แนวโน้มความต้องการยางพาราในตลาดโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวในอัตราเฉลี่ย 3% ต่อปี โดยประเทศที่ใช้ยางพาราเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน อินเดียและเกาหลีใต้ ส่งผลให้ราคายางในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นด้วยสำหรับสถานการณ์การส่งออก ปี 2553 คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้ประมาณ 2.85ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 52 ซึ่งส่งออก 2.7 ล้านตัน เนื่องจากจีนมีการนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง 6.4 % ต่อปี ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 34ส่งผลให้ยางพาราเป็นพืชเกษตรเศรษฐกิจที่สำคัญ มีมูลค่าถึงปีละ 400,000ล้านบาท จากพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ ประมาณ 16 ล้านไร่

นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า เชื่อว่าทั้งปีราคายางจะไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเพราะต้นทุนอยู่ที่ 4050 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาเฉลี่ยที่ผ่านมา สกย.คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาได้ขึ้นไปถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม ก็เพราะจีนมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน