
แนวทางการสร้างความสมดุลระหว่างโครงสร้างบจ.-เศรษฐกิจไทย
ความสมดุลระหว่างโครงสร้างบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยมีความเหลื่อมล้ำกันมาก โดยภาคเศรษฐกิจหลัก ซึ่งได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนน้อยและมีมูลค่าตลาดเล็ก ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจที่มีการกระจุกตัวของบริษัทจดทะเบียนสูง ได้แก่ ภาคพลังงานและการเงิน ซึ่งไม่ใช่ภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกมาก ทั้งที่ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงเติบโตได้ดี
ความสมดุลระหว่างโครงสร้างบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยมีความเหลื่อมล้ำกันมาก โดยภาคเศรษฐกิจหลัก ซึ่งได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนน้อยและมีมูลค่าตลาดเล็ก ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจที่มีการกระจุกตัวของบริษัทจดทะเบียนสูง ได้แก่ ภาคพลังงานและการเงิน ซึ่งไม่ใช่ภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกมาก ทั้งที่ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงเติบโตได้ดี
เมื่อเปรียบเทียบความสมดุลระหว่างโครงสร้างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยกับประเทศที่นำมาเป็นกรณีศึกษา ได้แก่ มาเลเซียและสิงคโปร์ พบว่าตลาดหุ้นและโครงสร้างเศรษฐกิจของมาเลเซียและสิงคโปร์มีความสมดุลมากกว่าไทย เมื่อพิจารณานโยบายและมาตรการที่มาเลเซียและสิงคโปร์ดำเนินการเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างโครงสร้างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นกับโครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (2007-2011) พบว่า มาเลเซียถือเป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายเพื่อสนับสนุนการปรับตัวเข้าหาสมดุลมากที่สุด และมีผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
อาทิ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในภาคเศรษฐกิจหลักให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น การใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดให้แก่บริษัทที่รัฐเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นหลัก และการปรับปรุงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการสนับสนุนธุรกิจให้เติบโตผ่านตลาดทุน เป็นต้น
ในส่วนของสิงคโปร์ แม้ว่าความสมดุลระหว่างโครงสร้างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นกับโครงสร้างเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลงในช่วง 5 ปีย้อนหลัง แต่ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคและนโยบายสนับสนุนการเข้าจดทะเบียนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการทั้งนักลงทุนและผู้ที่ต้องการระดมทุนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้มูลค่าตลาดของสิงคโปร์ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
แนวทางการส่งเสริมให้ตลาดหุ้นสามารถทำหน้าที่ส่งเสริมภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ และมีโครงสร้างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ควรมีมาตรการส่งเสริมการระดมทุนของบริษัทในภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ ดังนี้ 1) ส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจในภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น 2) ลดอุปสรรคที่เกี่ยวข้องในการขยายกิจการของบริษัทจดทะเบียนในรูปแบบการควบรวมกิจการ (M & A) และรูปแบบ Holding Company เพื่อผู้ประกอบการที่มีศักยภาพได้รวมตัวกันให้มีมูลค่ากิจการที่ใหญ่พอในการใช้ตลาดหุ้นในการระดมทุนอย่างมีประสิทธิภาพ 3) ส่งเสริมให้บริษัทต่างประเทศที่ทำธุรกิจในภาคธุรกิจหลักของไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ในรูปแบบ Foreign Listing และ Secondary Listing โดยปรับปรุงกฎเกณฑ์และภาษีให้จูงใจและสอดคล้องกับหลักปฏิบัติของธุรกิจ 4) ปรับกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ที่ช่วยเร่งให้มูลค่าตลาดของหุ้นในภาคเศรษฐกิจหลักปรับตัวเข้าสู่สมดุลได้รวดเร็วขึ้น เช่น REIT, Business Trust หรือปรับเกณฑ์รับเข้าจดทะเบียนที่สอดคล้องกับลักษณะพิเศษของแต่ละอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ







