
‘อีสต์วอเตอร์’ชี้ยอดใช้น้ำพุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— “อีสต์ วอเตอร์” คาดยอด ใช้น้ำปีนี้เพิ่ม 8% อยู่ที่ระดับ 239 ล้าน ลบ.ม. และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยปี 2555 เพิ่มขึ้นอีก 11%นายประพันธ์ อัศวอารี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสต์ วอเตอร์) เปิดเผยว่า ปริมาณความต้องการใช้น้ำในปี 2553 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8% มีปริมาณอยู่ที่ระดับ 239 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ส่วนปีก่อนมีปริมาณความต้องการน้ำ 221 ล้าน ลบ.ม. และมีความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง โดยในปี 2554 จะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 265 ล้าน ลบ.ม. และปี 2555 จะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นมากประมาณ 11% ที่ระดับ 290 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้ เนื่องจากในปี 2555 โรงงานปิโตรเคมีส่วนใหญ่จะก่อสร้างเสร็จ รวมทั้งความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจะมีปริมาณมากขึ้น เพราะการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ภาคตะวันออก และระบบประปาภูมิภาคได้ขยายการลงทุนในระบบกรองน้ำ จึงทำให้ยอดการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นโดยในปีที่ผ่านมาการใช้น้ำในส่วนนี้ขยายตัวขึ้นจากระดับ 10% มาอยู่ที่ 35% ของการใช้น้ำ
ขณะที่การใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมจะเริ่มลดลง โดยจากเดิมอยู่ที่ระดับ 8085% ของการใช้น้ำ แต่ตอนนี้ลดลงอยู่ที่ระดับ 65% ซึ่งหากทุกโครงการลงทุนแล้วเสร็จ สัดส่วนการใช้น้ำจะอยู่ที่ระดับ 50% เท่ากัน
สำหรับอัตราราคาน้ำจะยังไม่มีการปรับขึ้นในปีนี้ เพราะในปี 2551 ได้ปรับราคาน้ำขึ้นไปแล้วอยู่ที่ราคา 9.25 บาทต่อลบ.ม. ซึ่งราคานี้จะสามารถคงไว้ได้นานประมาณ 510 ปี แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการลงทุนในโครงการต่างๆ และต้นทุนค่าไฟด้วย เพราะค่าใช้จ่ายประมาณ 30% เป็นค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ส่วนการบริหารจัดการหรือการลงทุนเพื่อประกันความเสี่ยงก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แต่อาจจะกระทบต่อต้นทุนได้
“
ในปีนี้ความต้องการใช้น้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8% จะทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะใช้ลงทุนเพิ่มปรับปรุงการส่งน้ำ ส่วนโครงการในมาบตาพุดที่ต้องระงับการดำเนินการชั่วคราวจำนวน 22 แห่ง ที่เป็นลูกค้าของบริษัท ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายแต่อย่างใด เพราะยังคงต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง” นายประพันธ์ กล่าวนายประพันธ์ กล่าวว่า ในช่วง 23 ปีนี้ บริษัทจะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติม แต่จะมีการลงทุนระบบท่อส่งน้ำย่อยเสริม และปรับปรุงระบบการส่งน้ำ เพื่อลดการสูญเสียระหว่างทาง เพราะในปัจจุบันการส่งน้ำเกิดการสูญเสียที่อยู่ประมาณ 1.21.5% ในระบบท่อส่งน้ำ หรือคิดเป็น 1.5 ล้านลบม.ต่อปี
ขณะที่การลงทุนเดินระบบท่อส่งน้ำใหม่ระหว่างอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมายังมาบตาพุด ความยาว 35 กิโลเมตร ตอนนี้วางท่อไปแล้ว 14 กิโลเมตร และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีหน้า







