
ส่งสัญญาณตรึงค่าไฟฟ้าถึงสิ้นปี56
"เรคกูเลเตอร์"ส่งสัญญาณตรึงค่าไฟฟ้าถึงสิ้นปี56ช่วยดูแลค่าครองชีพประชาชน "กฟผ." ระบุไม่กระทบสภาพคล่อง
"เรคกูเลเตอร์"ส่งสัญญาณตรึงค่าไฟฟ้าถึงสิ้นปี56ช่วยดูแลค่าครองชีพประชาชน "กฟผ." ระบุไม่กระทบสภาพคล่อง
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ(เอฟที)ในปี 2556 มีโอกาสตรึงไว้ในระดับปัจจุบันจนถึงสิ้นปี เนื่องจากคาดการณ์ค่าเชื้อเพลิงจะไม่ปรับสูงขึ้นมากจนเกินไป ในขณะที่ค่าเอฟทีรอบเดือนม.ค.-เม.ย.2556 ภายภายหลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 2-8 ม.ค. มีมติเห็นชอบตามที่ได้เสนอไว้ในที่ประชุมเรคกูเลเตอร์ครั้งก่อน โดยให้ปรับขึ้นค่าเอฟที 4.04 สต./หน่วย ส่งผลให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ 52.04 สต./หน่วย
ทั้งนี้ค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นในรอบนี้ยังต่ำกว่าค่าเอฟทีที่ได้คำนวณออกมาตามต้นทุนจริง ซึ่งควรจะปรับเพิ่มมากกว่านี้ไปอยู่ที่ระดับ 61.57 สต./หน่วย แต่เมื่อคำนึงถึงภาระของประชาชนไม่ต้องการให้ได้รับผลกระทบมากเกินไป จึงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)รับภาระดูแลค่าเอฟทีงวดเก่าไปก่อนเป็นการชั่วคราวประมาณ 5,131 ล้านบาท
“ค่าเอฟทีงวดนี้ที่ต้องปรับขึ้นเป็นผลมาจากการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นประกอบกับประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มที่สูง รวมทั้งภาระจากการตรึงค่าเอฟทีในงวดที่ผ่านมาที่ต้องจ่ายคืนกฟผ.ให้หมด แต่ถ้ามองในปี2556ค่าเอฟทีหลังจากนี้มีโอกาสที่จะตรึงอยู่ที่ 52.04 สต./หน่วยได้ เนื่องจากทิศทางราคาเชื้อเพลิงไม่ผันผวนมากกนัก จนทำให้ค่าเอฟทีบางงวดมีโอกาสที่จะลดลงแต่เมื่อเฉลี่ยในงวดอื่นๆที่ต้องปรับขึ้น ก็น่าจะบริหารจัดการให้ตรึงค่าเอฟทีได้บ้าง”นายดิเรก กล่าว
สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นค่าเอฟทีผ่านทางเว็บไซต์พบว่า มีผู้สนใจเข้าชมรายละเอียดของการรับฟังความเห็น จำนวน 328 ราย มีผู้แสดงความคิดเห็น จำนวน 13 ราย มีผู้ให้ข้อเสนอแนะ จำนวน 2 ราย โดยมีผู้ให้ความเห็นส่วนหนึ่งว่า สูตรและวิธีการคำนวณค่าเอฟที มีความยุ่งยากซับซ้อนเกินไป และมีผู้แสดงความเห็นบางส่วนไม่ประสงค์ให้ปรับขึ้นค่าเอฟที เพราะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนทั่วไป
นายพงษ์ดิษฐ พจนา รองผู้ว่าการกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า หากจะตรึงค่าเอฟทีจนถึงสิ้นปี 2556 คงไม่มีผลกระทบกับสภาพคล่องของกฟผ. เนื่องจากภาระชดเชยค่าเอฟทีที่ค้างจ่ายอยู่ 5,131 ล้านบาท จะสามารถเคลียร์ได้หมดในปี 2556 บนพื้นฐานของการตรึงค่าเอฟที แต่จะต้องไม่มีปัจจัยลบอื่นๆที่จะมาทำให้ค่าเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นจากเดิมทีคาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่มีโอกาสที่ค่าอฟทีจะปรับลดลง







