
มอบนโยบายออมสินเปิดสาขาทั่วไทย
รมว.คลังสั่งออมสินโต้โผใหญ่เจาะรากหญ้าเปิดสาขาทั่วไทยในอำเภอที่ยังไม่มีแบงก์เปิดรับฝากและให้เงินกู้
รมว.คลังสั่งออมสินโต้โผใหญ่เจาะรากหญ้าเปิดสาขาทั่วไทยในอำเภอที่ยังไม่มีแบงก์เปิดรับฝากและให้เงินกู้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้คณะกรรมการธนาคารออมสินว่า ได้มอบนโยบายให้ธนาคารออมสินไปเปิดสาขาในอำเภอที่สถาบันการเงินยังเข้าไม่ถึง ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีประมาณ 300 อำเภอจาก 800 อำเภอทั่วประเทศที่ธนาคารออมสินยังไม่เปิดสาขา ซึ่งในจำนวนนี้มีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ที่เปิดสาขาอยู่แล้ว จึงทำให้เหลืออำเภอที่ยังไม่มีสถาบันการเงินทำหน้าที่รับฝากเงินและให้สินเชื่ออยู่อีกประมาณ 170 อำเภอ จึงอยากให้ธนาคารออมสินพิจารณาเรื่องการเปิดสาขาในอำเภอดังกล่าว แม้ว่าในช่วงแรกของการเปิดสาขาจะยังไม่ให้ผลตอบแทนในรูปของกำไรในช่วงต้นๆ แต่ให้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมโดยจะให้โยกงบประมาณที่ใช้ในโครงการเพื่อสังคมที่มีการตั้งงบประจำปีมาทำเรื่องเปิดสาขา ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักในการให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสินอีกว่า กระทรวงการคลังรวมถึงรัฐบาล ไม่มีนโยบายในการส่งคนมาขอสินเชื่อ จึงขอให้คณะกรรมการทำงานได้อย่างสบายใจ โดยยืนยันทั้งต่อหน้าผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบาบรัฐวิสาหกิจ ( สคร. ) ว่าไม่มีใครส่งว่าที่ผู้กู้เงินมาทำให้ธนาคารไม่สบายใจ เพราะธนาคารออมสินถือว่าเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญมาก ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคง พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารพาณิชย์ให้เป็นรูปธรรมและให้เกิดความร่วมมือทั้งในเรื่องของการรับฝากเงินและการให้สินเชื่อ
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า รมว.คลัง มอบนโยบายให้ไปหารือกันในระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจเรื่องการเปิดสาขาในอำเภอที่ยังไม่ใสถาบันการเงิน เช่นในอำเภอที่เกิดขึ้นใหม่ ว่าธนาคารไหนเหมาะสมที่จะไปเปิดสาขา เช่นกรณีภาคใต้เห็นว่าควรให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเข้าไปเปิดสาขา โดยให้เชิญธนาคารพาณิชย์เข้ามาหารือเรื่องนี้ด้วย
"ไม่ใช่ให้ธนาคารออมสินไปเปิดสาขาคนเดียวทั้งหมดแต่ให้หารือกันว่าใครจะเปิดที่ไหนบ้าง ซึ่งธนาคารอาจปรับแผนการเปิดสาขาใหม่ โดยเพิ่มการเปิดสาขาในเชิงสังคม 15 % และลดการเปิดสาขาในเชิงพาณิชย์เหลือ 85 %"นายวรวิทย์กล่าว
สำหรับการหารือในระหว่างชมรมแบงก์รัฐซึ่งมีธนาคารออมสินเป็นประธาน คาดว่าน่าจะมีการนัดหารือกันเร็วๆนี้ ส่วนเรื่องที่ รมว.คลัง ชี้แจงเรื่องไม่มีการเมืองเข้าแทรกเรื่องการปล่อยสินเชื่อ ก็เป็นการยืนยันเพื่อให้ธนาคารทำงานได้อย่างสบายใจเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีคนจากการเมืองใช้อำนาจในการเข้ามาขอสินเชื่อ







