posttoday
‘เอไลฟ์’ลุยปั้นมืออาชีพขายประกันไร้ค่าคอมม์

‘เอไลฟ์’ลุยปั้นมืออาชีพขายประกันไร้ค่าคอมม์

31 มีนาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — เอไลฟ์รุกสร้างที่ปรึกษาทางการเงิน เลิกจ่ายค่าคอมม์ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด 2 เท่า

นายเมธี จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต หรือเอไลฟ์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะสร้างทีมที่ปรึกษาด้านการวางแผนทางการเงินและการลงทุนส่วนบุคคล หรือเวลท์แอสซิสแทนต์ เพิ่มเติมอีก 100 คน จากปัจจุบันมีแค่ 15 คน เพื่อเข้ามารองรับกับการขยายตัวในบริการ “เอไลฟ์ แพลน” หรือบริการที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลได้เต็มที่ โดยในปีนี้ตั้งเป้าบริหารสินทรัพย์ลูกค้าให้ได้ 500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พนักงานเวลท์แอสซิสแทนต์นี้จะแตกต่างจากตัวแทนขายประกันชีวิตทั่วไป เนื่องจากทุกคนที่เป็นพนักงานประจำบริษัทจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินเดือนแน่นอน ไม่มีระบบค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพราะไม่ได้มุ่งเน้นขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต แต่จะเน้นเรื่องการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งตามความต้องการของลูกค้าในรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายเป็นหลัก

“เราต้องการ สร้างอาชีพที่ปรึกษาด้านการบริหารทางการเงินส่วนบุคคลแบบมืออาชีพ รองรับการขยายตัวของงานด้านเอไลฟ์แพลน เล็งปั้นนักศึกษาจบใหม่มหาลัยดังไทยเทศ บุคลิกดีมีความรู้การเงิน เชื่อมั่นเป็นภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมจูงใจด้วยผลตอบแทนสูง

“เราต้องมีการอบรมทั้งด้านการเงิน เทคนิคการสื่อสาร การพัฒนาบุคลิกภาพ รวมถึงการเข้าสังคมชั้นสูง เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรแบบครบสูตร เปรียบเสมือนการสร้างมนุษย์ทองคำที่มีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งตรงนี้จะทำให้พนักงานได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดทั่วไปถึง 2 เท่า” นายเมธี กล่าวดร.เมธี จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด หรือ เอไลฟ์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เตรียมสรรหาบุคลากร เพื่อรองรับการขยายตัวของ

ธุรกิจ โดยเล็งนักศึกษาจบใหม่ด้านบริหาร การเงิน และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือผู้มีประสบการณ์ด้านการเงิน เพื่อสร้างทีมที่ปรึกษาด้านการวางแผนทางการเงิน และการลงทุนส่วนบุคคล หรือ เวลท์แอสซิสแทนต์ (Wealth Assistant/ WA) ในหน่วยงานของ เอไลฟ์ แพลน (ALife Plan) ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่ให้บริการแตกต่างจากบริษัทประกันชีวิตทั่วไป โดยทางบริษัทฯ ได้สร้างโมเดลการพัฒนา WA ให้เป็นนักบริหารและวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลมืออาชีพ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดทั่วไปถึง 2 เท่า

โดยวางแผนกระบวนการในการคัดเลือก การอบรบทั้งด้านการเงิน เทคนิคการสื่อสาร การพัฒนาบุคลิกภาพ รวมถึงการเข้าสังคมชั้นสูง ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนในการสร้างบุคลากรแบบครบสูตร “เนื่องจากเราทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินแก่ลูกค้า เราจึงต้องมั่นใจได้ว่าบุคลากรของเรามีความรู้ ความสามารถในการบริหาร และมีความเชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำการบริหารการเงินและการลงทุนให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ผนวกกับบุคลิกภาพที่ดี ที่สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของธุรกิจ ซึ่งกระบวนการในการสร้าง เวลท์แอสซิสแทนต์จึงต้องอยู่บนหลักเกณฑ์มาตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกจากคุณสมบัติทางการศึกษา แต่สิ่งสำคัญคือต้องเป็นคนที่มีใจรักและสนใจเรื่องการเงิน การลงทุน มีไลฟ์สไตล์เป็นตัวของตัวเอง และมีความสามารถด้านการสื่อสาร ก็จะทำให้สนุกกับงานและเพิ่มพูนศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อจากนั้นทางเอไลฟ์จะให้พนักงานเริ่มเข้าโปรแกรมการอบรมทั้งในด้านความรู้ ความสามารถทางการเงิน การลงทุน การอบรมในการบริหารการเงินให้กับลูกค้า และการฝึกอบรมด้านบุคลิกภาพต่างๆ ทุกคนต้องผ่านการอบรมและทดสอบ Single License และการทดสอบความรู้ความสามารถจากบริษัทฯ หลายขั้นตอน จึงจะได้มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแบบเต็มตัว และให้บริการลูกค้าได้” ดร.เมธี กล่าว

ส่วนผลตอบแทนและผลประโชน์ต่างๆ ของตำแหน่งดังกล่าวนั้น ทางเอไลฟ์ได้กำหนดฐานเงินเดือนไว้อย่างเหมาะสม โดยดร.เมธี ได้กล่าวว่า “เราต้องการได้คนที่มีคุณภาพและมีความรู้ความสามารถ เราจึงต้องมีแรงจูงใจให้เค้าสนใจมาทำอาชีพนี้กันจริงๆ เพราะ WA คือกุญแจดอกแรกที่สำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ อาชีพที่ปรึกษาด้านการวางแผนทางการเงิน เรียกได้ว่าเปรียบเสมือน “มนุษย์ทองคำ” ที่มีมูลค่าในตัวเองนั่นเอง

“ WA ทุกคนจะเป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ มีฐานเงินเดือนแน่นอน ไม่มีระบบของค่าคอมมิชชั่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต แต่เราเน้นในเรื่องการสร้างความมั่งคั่ง และความมั่นคง ตามความต้องการของลูกค้า ในรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย”

ปัจจุบันเอไลฟ์ ได้คัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำงานเป็นรุ่นที่ 2 แล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมีโครงการที่จะสร้างที่ปรึกษาทางการเงินรุ่นต่อไป ในช่วงประมาณกลางปี 53 นี้ โดยทั้งปีมีแผนที่จะสร้างทีม WA ให้ได้ 100 คน เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร