
กดเงินสดพุ่งสูงปรี๊ดส่อหนี้เน่า
เครดิตบูโร ตั้งเป้าปีนี้โต 10% ห่วงสินเชื่อส่วนบุคคลกดเงินสด ส่งสัญญาณหนี้เสียเพิ่ม ด้านไมโครไฟแนนซ์แห่สมัครเข้าสมาชิกเช็กประวัติการเงินลูกค้าก่อนปล่อยเงินกู้
เครดิตบูโร ตั้งเป้าปีนี้โต 10% ห่วงสินเชื่อส่วนบุคคลกดเงินสด ส่งสัญญาณหนี้เสียเพิ่ม ด้านไมโครไฟแนนซ์แห่สมัครเข้าสมาชิกเช็กประวัติการเงินลูกค้าก่อนปล่อยเงินกู้
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 10% ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโต 6 ถึง 8% โดยคาดว่าจะมียอดเข้ามาดูข้อมูลสินเชื่อ 22.5 ล้านครั้ง จากปี 2555 ที่มีอัตราการเข้ามาดู 21 ล้านครั้ง และจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นจาก 78 ราย เป็น 84 ราย
“ผมมีความเป็นห่วงปัญหาสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่กดเงินสดออกมาใช้ก่อนแล้วผ่อนชำระเป็นงวด จะมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง” นายสุรพล กล่าว
สำหรับลูกค้าที่ต้องการกดเงินสดออกมาใช้ขณะนี้มีจำนวน 12.5 ล้านบัญชี และพบว่ามีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ 1.1 ล้านบัญชี หรือประมาณ 9% ในขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตมีจำนวน 15 ล้านบัญชี แต่มีปัญหาหนี้เสียเพียง 4.7 แสนบัญชีเท่านั้น
ทั้งนี้ สินเชื่อบัตรเครดิตหากลูกค้าค้างชำระหนี้ 12 เดือน ทางธนาคารหรือบริษัทเจ้าของบัตรจะระงับวงเงินการใช้จ่าย ทำให้ไม่เกิดความเสียหายมากนัก อย่างไรก็ตาม อัตราการค้างชำระไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากฐานสินเชื่อมีอัตราเติบโตมาก
นายสุรพล กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้มีธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ที่ทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ เครื่องจักรทางการเกษตร ในต่างจังหวัดประมาณ 56 แห่งสนใจเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบฐานการเงินลูกค้าก่อนที่จะอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
บริษัทเช่าซื้อในต่างจังหวัดมีอัตราการเติบโตสูงและมีฐานลูกค้าที่ใหญ่มาก โดยบางบริษัทมีสาขา 4050 แห่งและมีฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นที่จะรับบริษัทเช่าซื้อเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโรอย่างน้อยต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 50 ล้านบาท มีการตรวจสอบในทางลับว่าไม่มีการปล่อยสินเชื่อนอกระบบ และมีงบการเงินที่เป็นมาตรฐาน ผู้ตรวจสอบบัญชีไม่มีเงื่อนไข ต้องชัดเจนว่าจะเอาข้อมูลไปวิเคราะห์สินเชื่อ และมีระบบไอทีที่สามารถกำกับดูแลได้ตามที่มาตรฐานกำหนด
สำหรับปี 2555 มีสมาชิกเข้ามาดูข้อมูลประวัติการเงินเพื่อพิจารณาสินเชื่อ จำนวน 21 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีการเข้ามาดูข้อมูล 19.4 ล้านครั้ง ประชาชนเข้ามาตรวจสอบข้อมูลการเงินส่วนตัวเอง เพิ่มขึ้นจาก 3.2 แสนครั้ง เป็น 4.8 แสนครั้ง และมีจำนวนบัญชีสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 64 ล้านบัญชีเป็น 67 ล้านบัญชี







