
ตรึงราคาสินค้า-ก๊าซช่วยผู้บริโภค
จากสถานการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้นรอบด้าน ทำให้สินค้าต่างๆ เริ่มเรียกร้องขอปรับราคา แต่กรมการค้าภายใน
จากสถานการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้นรอบด้าน ทำให้สินค้าต่างๆ เริ่มเรียกร้องขอปรับราคา แต่กรมการค้าภายใน
โดยวิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่า ในช่วง 3 เดือนนับจากนี้จะไม่มีสินค้าขอปรับขึ้นราคาจากต้นทุนค่าจ้าง ค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซ เพราะจากการหารือกับผู้ประกอบการสินค้า ส่วนใหญ่ยืนยันสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ และหากปรับราคาระยะนี้อาจทำให้เสียส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากสินค้าหลายชนิดแข่งขันสูง
นอกจากนี้ กรมฯ มีแผนจะจัดรถธงฟ้าเคลื่อนที่จำหน่ายสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพยังแหล่งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอด 3 เดือน ส่วนในต่างจังหวัดจะจัดงานธงฟ้าลงไปทุกอำเภอต่อเนื่องตลอดทั้งปี หากสถานประกอบการ หรือองค์กรต่างๆ ที่ต้องการให้เข้าไปช่วยจัดงานธงฟ้า ขอให้ติดต่อประสานงานมา เพื่อติดต่อผู้ผลิตที่ได้เข้าร่วมโครงการธงฟ้ากับกรมนำสินค้าไปจำหน่ายให้ต่อไป
ขณะที่พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ได้เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อขอขยายเวลาตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) อย่างน้อย 2-3 เดือน หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องรอมาตรการลดผลกระทบผู้มีรายได้ต่ำก่อน
ส่งออกซบต่อ
ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ทิศทางการส่งออกของไทยปีนี้ คาดว่าจะขยายตัว 3.1-7.2% หรือเฉลี่ย 4.9% มูลค่าส่งออก 2.38-2.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยโอกาสจะเติบโตได้มากสุดอยู่ที่ 4.9% เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะในตลาดหลักอีกทั้งต้นทุนแรงงานของไทยยังเพิ่มขึ้นถึง 22.29%
ไทยยังมีความสามารถแข่งขันด้านราคาสินค้าลดลง จากนโยบายการขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท ทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น 22.29%
ด้านธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ทั้งกลุ่มเสื้อผ้า รองเท้า ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ หลายรายทยอยไปทำสัญญาสั่งผลิตสินค้า (ออร์เดอร์) ประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา เวียดนาม จีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ แทน
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท.แจ้งว่า ในปี 2556 ผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มเสื้อผ้าแฟชั่นไทยมีแผนลงทุนสร้างโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อขยายฐานผลิตรองรับสินค้าลิขสิทธิ์เสื้อผ้ายี่ห้อดังของโลกที่มีนโยบายบุกอาเซียน แต่กำลังผลิตในไทยไม่พอและต้นทุนสูง ขณะที่การตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน ยังจะได้สิทธิประโยชน์ภาษีส่งออกไปประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่ค่าจ้างแรงงานถูกกว่าไทย
สายสีแดงเปิดหวูด
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบผลการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต สัญญา 2 (งานโยธาสำหรับทางรถไฟและสถานี) ระยะทาง 26 กม. ซึ่งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้รับเหมา พร้อมกับอนุมัติขยายงบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติมจาก 1.9 หมื่นล้านบาท เป็น 2.12 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9%นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า การเพิ่มวงเงินก่อสร้างดังกล่าวมาจากต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการดำเนินโครงการมีความล่าช้าจากแผนกว่า 5 ปี ไม่เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดย หลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเร่งลงนามสัญญากับผู้รับเหมาในสัญญา 1 (งานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อและ ศูนย์ซ่อมบำรุง) ซึ่งกิจการร่วมค้า SU ประกอบด้วย บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับเหมาสัญญา 2 ภายในเดือน ม.ค.นี้ และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปี
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยัง ให้ไปเจรจาต่อรองกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล เพื่อลดค่าจ้างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ สัญญาที่ 4 สถานีคลองบางไผ่สถานีเตาปูน ลงจากราคา 8.59 หมื่นล้านบาท เพราะเห็นว่าเป็นราคาที่ยังสูงไป และสามารถปรับลดลงได้อีก เมื่อเทียบกับอายุสัมปทาน 30 ปี พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เตรียมหาแนวทางเดินรถไฟฟ้าเอง ในกรณีที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองราคาที่น่าพอใจได้
สำหรับโครงการจัดหารถเมล์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังไม่ได้พิจารณา เนื่องจากโครงการมีรายละเอียดและเอกสารจำนวนมาก และเพิ่งได้รับเอกสาร 1 วันก่อนประชุม ครม. ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงขอเวลาให้ ครม.ได้พิจารณาเอกสารทั้งหมดก่อน และจะหารือในที่ประชุม ครม.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม โครงการจัดซื้อ รถเมล์เอ็นจีวีจะช่วยลดภาระค่าน้ำมัน ซึ่งทำให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพประหยัดเงินได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท







