posttoday
เชฟโรเลตสยายปีกอาเซียน

เชฟโรเลตสยายปีกอาเซียน

11 มกราคม 2556

เป้าขายปีนี้หวัง1.25แสนคันตั้งดีลเลอร์ลาวกัมพูชาพม่า

เป้าขายปีนี้หวัง1.25แสนคันตั้งดีลเลอร์ลาวกัมพูชาพม่า

เชฟโรเลตเดินหน้าขยายโชว์รูม อาเซียนหวังยอดขายปีนี้ 1.25 แสนคัน ส่วนในไทยตั้งเป้ากวาดแชร์เพิ่มเป็น 8%

นายมาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนในปี 2556 จะมียอดจำหน่ายเกินกว่า 1.25 แสนคัน (รวมประเทศไทย 1 แสนกว่าคัน) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 91,717 คัน

ทั้งนี้ เชฟโรเลตจะขยายผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และพม่า อย่างต่อเนื่อง

“ปีนี้เชฟโรเลตจะเปิดสายการผลิต ผลิตรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ อย่าง เชฟโรเลต สปิน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะส่งออกมาจำหน่ายในไทยด้วย และประเทศไทยก็จะส่งรถยนต์ทุกรุ่นที่ผลิตในไทย ยกเว้นเชฟโรเลต ครูซ กลับไปขายที่อินโดนีเซียเช่นกัน” นายมาร์ติน กล่าว

สำหรับเป้าจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยปีนี้ ตั้งเป้าจำหน่ายเกิน 1 แสนคัน และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 8% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 75,461 คัน ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5.3%

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศจะมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1.4 ล้านคัน เนื่องจากสิ้นสุดโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท ของรัฐบาล

“ในปีนี้บริษัทจะปรับสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศในสัดส่วนเยอะกว่าในประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการส่งออกรวม 6,900 คัน” นายมาร์ติน กล่าว

นอกจากนี้ เตรียมใช้เงินลงทุนอีก 1,500 ล้านบาท ขยายศูนย์จำหน่ายและบริการรวมถึงการปรับปรุงศูนย์จำหน่ายและบริการที่มีอยู่เดิมจำนวน 93 แห่ง เป็น 120 แห่ง ภายในปี 2556

นอกจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญในการทำแผนการตลาดในประเทศไทย เพื่อจำหน่ายรถยนต์นั่งขนาดเล็กในรุ่นเชฟโรเลต โซนิค เป็นอันดับ 2 รองจากรถกระบะ รวมถึงจะให้ความสำคัญในการทำการตลาดติดอันดับ 1 ใน 10 จากทุกประเทศทั่วโลก

การปรับโครงสร้างภาษีสรรพ สามิตรถยนต์นั้น บริษัทต้องศึกษาความเป็นไปได้ในทุกเทคโนโลยีที่รัฐบาลสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี อี85 เอ็นจีวี และไฮบริด ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 4 ปี กว่าที่โครงสร้างภาษีใหม่นี้จะบังคับใช้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นบริษัทถึงจะบอกได้ว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมที่สุด แต่ยืนยันว่าเชฟโรเลตมีความพร้อมในทุกเทคโนโลยีที่รัฐบาลไทยสนับสนุน

บริษัทมองว่าจะต้องไม่ให้ความพิเศษกับเทคโนโลยี ซึ่งจะต้องอ้างอิงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศออกมาอย่างชัดเจนบริษัทจะต้องปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะเน้นการพัฒนาเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ อี 85 ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีสูงสุด ในผลิตภัณฑ์รุ่นต่างๆของบริษัท

“สำหรับกรณีมีกระแสข่าวที่บริษัทต่างๆเตรียมยื่นขอขยายระยะเวลาการกำหนดให้มีผลในประกาศดังกล่าวออกไปเป็น 5 ปี จากเดิม 3 ปี ส่วนตัวมองว่าการยืดระยะเวลาออกไปเป็น 5 ปีย่อมดีกว่า 3 ปีอยู่แล้ว” นายมาร์ติน กล่าว

นายมาร์ติน กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีผลกระทบทั้งระบบเนื่องจากจะต้องมีการปรับสัดส่วนเพิ่มขึ้นในทุกระดับเพื่อให้มีสัดส่วนที่ห่างกัน ดังนั้นอาจส่งผลกระทบต่อราคารถยนต์ในอนาคต

“ผลกระทบที่เกิดขึ้นขณะนี้อาจจะยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนและรุนแรงซึ่งยังไม่สามารถคาดการณ์ได ซึ่งภายในปี 2556 บริษัทจะเพิ่มการจ่างงานขึ้นเป็น 6,000 คน จากปัจจุบันมีจำนวน 5,400 คน” นายมาร์ติน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาและอาชีวะศึกษา ในการถ่ายทอดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงการสนับสนุนห้องทดลองและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมการให้เข้าฝึกงานในโรงงานของบริษัท เพื่อหาแรงงานเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ ป้องกันการขาดแคลนแรงงานในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค