
เทมาเซกกำไร1.2หมื่นล.
ซีดาร์ทิ้งINTUCH2หมื่นล้านแอสเพนถือ41%ยันไม่ขาย
ซีดาร์ทิ้งINTUCH2หมื่นล้านแอสเพนถือ41%ยันไม่ขาย
“เทมาเซก” ทิ้งหุ้น INTUCH อีก 10.3% กำเงินสด 20,884 ล้านบาท ฟันกำไรรวมปันผลกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ซีดาร์เหลือ 13.3%
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) เปิดเผยว่า บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ได้ขายหุ้นบางส่วนที่ถืออยู่ในบริษัท เป็นจำนวน 330 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.3% ของทุนจดทะเบียนโดยขายให้แก่นักลงทุนไทยและบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ซึ่งภายหลังจากการขายหุ้นครั้งนี้ เป็นผลให้ซีดาร์เหลือหุ้นที่ถืออยู่จำนวน 428,049,239 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 13.3% ของทุนจดทะเบียน
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถตอบข้อซักถามหรือข้อสงสัยที่อาจมีขึ้นได้จากผู้ถือหุ้นรายย่อย ประชาชน หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ บริษัทจึงได้สอบถามไปยังบริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกรายหนึ่งของบริษัทว่ามีความประสงค์ที่จะขายหุ้นของบริษัทที่แอสเพนถืออยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งทางแอสเพนได้แจ้งกลับมาว่ายังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นของบริษัทในระยะเวลานี้ และแอสเพนยังมีความมั่นใจในธุรกิจและผู้บริหารของบริษัท
อย่างไรก็ตาม “โพสต์ทูเดย์” ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายสมประสงค์ทางโทรศัพท์ และได้รับคำตอบจากตัวแทนว่าไม่สะดวกที่จะให้รายละเอียดของการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ครั้งนี้
ทั้งนี้ การซื้อขายหุ้น INTUCH ครั้งนี้เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 10 ม.ค. 2556 มีการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) จำนวน 26 ล็อต จำนวน 330 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 63.25 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 20,884.42 ล้านบาท ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่าการทำรายการซื้อขายหุ้นข้ามคืน (โอเวอร์ไนต์) เมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค. นักลงทุนเสนอราคาซื้อเข้ามาสูงสุดถึง 66 บาท
ทั้งนี้ หากคิดจากต้นทุนที่ซีดาร์ฯ ได้มาจากตระกูล “ชินวัตร” ที่ราคาหุ้นละ 49.25 บาท การขายหุ้นครั้งนี้จะมีกำไรหุ้นละ 14 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 4,620 ล้านบาท นอกจากนี้ ซีดาร์ฯ ยังได้รับปันผลต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้ามาถือหุ้น INTUCH ในปี 2549 รวมหุ้นละ 22.45 บาท คิดเป็นมูลค่าเงินปันผลรวม 7,408.5 ล้านบาท รวมกำไรจากการขายหุ้นและเงินปันผลล็อตนี้ทั้งสิ้น 12,028.5 ล้านบาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า การขายหุ้นครั้งนี้ก่อให้เกิดคำถามว่าซีดาร์ฯ จะขายหุ้น INTUCH ออกมาอีกหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของดีบีเอส วิคเคอร์ส นี่อาจเป็นเหตุผลที่หุ้น INTUCH ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิตามราคาตลาดมาโดยตลอด และเชื่อว่าดีลดังกล่าวจะส่งผลเชิงลบต่อความรู้สึกในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อ INTUCH จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้หลัก ขณะที่การลงทุนใน INTUCH เปรียบเสมือนเป็นการลงทุนในหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) แต่มีส่วนลดราว 16% ซึ่งทำให้อัตราเงินปันผลอยู่ในระดับสูงกว่า ADVANC
ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินปันผลของ INTUCH ในปี 2556 จะอยู่ที่ระดับ 7.1% และเพิ่มขึ้นเป็น 8.3% ในปี 2557 จึงยังแนะนำซื้อโดยให้ราคาพื้นฐาน 88.75 บาท







