
สิ้นปีที่ผ่านมา คุณนึกถึงอะไร?
เริ่มต้นด้วยคำถามแบบที่มีหลายคำตอบ “สิ้นปีที่ผ่านมา คุณนึกถึงอะไร????”
เริ่มต้นด้วยคำถามแบบที่มีหลายคำตอบ “สิ้นปีที่ผ่านมา คุณนึกถึงอะไร????”
หลายท่านคงนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวและเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน หลังจากบ้าทำงานหนักมาทั้งปี ซึ่งที่ฮิตๆ ของวัยรุ่นตอนนี้ที่ไปกันเยอะก็อย่าง จ.น่าน จ.เลย อากาศดีมาก เย็นๆ หรือที่ฮิตตลอดก็อย่างเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน หรือชอบทะเลช่วงนี้ก็โอเคอยู่ หลายท่านช่วงปีใหม่ก็เดินทางกลับบ้านเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ หรือกลับบ้านไปหาครอบครัว ซึ่งต้องไม่ลืมของฝากอย่างแน่นอน (หากใครยังอยู่ระหว่างเดินทางกลับมาทำงานก็ต้องวางแผนเดินทางและขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะครับ)
บางท่านอาจนึกถึงเรื่องสิทธิรถยนต์คันแรกว่า จะเลือกรถรุ่นไหนดี? เอาสีอะไร? ของแจกของแถมมีอะไรบ้าง? ก็เลือกกันไปครับ จนมาถึงช่วงสุดท้ายของปี คือยื่นใช้สิทธิจองสิทธิเรื่องรถยนต์คันแรกได้ถึง 31 ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา หลายคนก็กังวลว่า ฉันจะได้สิทธิรถคันแรกไหมเนี่ย? ก็มีเวลากันนานแล้วนะครับกับการขอใช้สิทธิรถยนต์คันแรก แต่คงเป็นเรื่องโดยทั่วไปที่มักจะมาทำอะไรกันช่วงสุดท้าย
อีกเรื่องที่สำคัญ หลายท่านคงนึกถึงโบนัส บางท่านได้แล้วก็ดีใจด้วยครับ ได้มากได้น้อยก็แล้วแต่บุญแต่กรรม บางท่านยังไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะได้เท่าไร หรือบางคนอาจนึกถึงว่าจะได้หรือไม่ด้วยซ้ำไป อย่างหนังเรื่องยอดมนุษย์เงินเดือนที่กำลังฉายอยู่ขณะนี้ ไปดูกันนะครับ ผมไปดูมาแล้วได้แง่คิดดีๆ มากมาย ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องการทำงาน เรื่องครอบครัว + สนุกสนานแบบอารมณ์ดี และทำให้ไม่ลืมที่จะต้องวางแผนการใช้ชีวิต (ให้มันซะหน่อย) ซึ่งรวมถึงแผนเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ของเราด้วย
และแน่นอนว่าพอพูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเรา ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาหลายคนต้องนึกถึง RMF และ LTF เจ้าแฝดคู่สวยช่วยประหยัดภาษีแน่นอน เจ้าแฝดคู่สวยนี้ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนมีการลงทุนระยะยาวเพื่อมีเงินไว้ใช้จ่ายเมื่อยามเกษียณอายุ ซึ่งให้ประโยชน์อย่างมาก ทั้งเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน (ในระยะยาว) + กำไรที่เกิดขึ้นจากการลงทุนไม่ต้องเสียภาษี + และที่ได้โดยด่วนและแน่นอนยิ่งกว่าโฆษณาของสินค้าที่มีการจับแจกรางวัล แจกเงิน แจกทอง แจกรถ หรือให้อื่นๆ สิ่งนั้นก็คือเงินที่ได้รับสิทธิลดหย่อนทางภาษีในปีภาษีที่ผู้ลงทุนมีการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ LTF
ช่วงวันที่ 2023 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา มีงานมหกรรมลดภาษีนาทีสุดท้ายด้วย LTFRMF@centralworld ซึ่งเป็นงานสุดท้ายของปีที่แล้ว ซึ่งก็มีผู้ลงทุนไปศึกษาข้อมูลและเลือกซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีเป็นจำนวนมาก และก็เป็นประจำทุกปีที่ผู้ลงทุนจะมาซื้อกองทุนนี้แบบหนักๆ (ซื้อเป็นเงินก้อนใหญ่) ในช่วงเดือน ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ก็อยากแนะนำให้กระจายซื้อในแต่ละช่วงเวลาของปีน่าจะดีกว่าการซื้อกระจุกตัวในงานหรือช่วงสุดท้ายของปี อย่างน้อยก็เป็นการเพิ่มโอกาสในการซื้อหน่วยลงทุนที่ราคาไม่สูงนัก
แต่งานสุดท้ายไม่ถือว่าท้ายสุด ผู้ลงทุนที่จะซื้อกองทุน RMFLTF ในปีภาษีใหม่นี้ก็ซื้อได้ใหม่ จะซื้อที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) รวมถึงตัวแทนขายหน่วยลงทุน เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือจะรอซื้อในวันงานที่จะจัดขึ้นในปี 2556 ก็ได้ แต่แนะนำให้ซื้อเพื่อวันข้างหน้าของตัวท่านและครอบครัว ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นการวางแผนเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ของทุกท่านเอง
ถ้าท่านไหนจะลงทุนใน RMFLTF เพื่อลดหย่อนภาษีในปีภาษีนี้ก็เรียนเชิญครับ แต่ก็มีข้อเน้นที่อยากให้ปฏิบัติก่อนการลงทุน โดยเฉพาะท่านที่ยังไม่เคยลงทุนมาก่อน
1.ศึกษากฎเกณฑ์การลงทุน แนวปฏิบัติในการลงทุนใน RMFLTF ให้เข้าใจก่อน รวมถึงคนที่รู้อยู่ก่อนแล้วก็ Update กฎเกณฑ์กันสักนิด (ถ้ามี) เช่นปีก่อนมีข้อแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรในเรื่องการซื้อ RMF เพิ่ม หลังจากที่มีการขายกองทุน RMF ที่ครบเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ว่า “RMF ที่ซื้อใหม่นั้นให้นับเป็นปีลงทุนใหม่และลงทุนต่อเนื่องจนครบ 5 ปี การลงทุนจึงจะถูกต้อง” เป็นต้น
2.ประเมินเงินได้และค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อประกอบการคำนวณเงินค่าซื้อหน่วยลงทุน ซึ่งต้องคำนวณให้ดีๆ แม่นๆ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ซื้อเกินสิทธิ มิเช่นนั้นจะนอนไม่หลับฝันไม่ดี และต้องประเมินเงินที่ตัวเองจะใช้จ่ายด้วย ไม่ใช่เอามาลงทุนหมดจนขาดเงิน และสุดท้ายก็มาขายกองทุนเอาเงินไปใช้ก่อนเกณฑ์กำหนด ทำให้ต้องคืนภาษีและมีเบี้ยปรับอีก
3.นึกถึงตัวเองตอนเงินลงทุนขาดทุนว่าจะร้องไห้มากน้อยแค่ไหน หรือเฉยชา เพราะหากรู้ว่าทนไม่ได้กับการขาดทุนก็ไม่แนะนำลงทุนใน LTF แต่อาจลงทุนใน RMF พวกตลาดเงินหรือตราสารหนี้ ดังนั้นต้องเข้าใจตัวเองและลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเหมาะกับตนเอง
4.การเลือกกองทุน ควรเลือกกองทุนภายใต้นโยบายการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง เทียบผลการดำเนินงานกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน ดูทั้งผลตอบแทน ดูทั้งความผันผวน ทำความรู้จักกองทุนดูว่ากองทุนลงทุนในสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ใด ดูว่ามีค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เรียกเก็บจากเรา และมีอะไรอื่นๆ อีกมากที่น่ารู้ โดยขอให้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เสนอขายกองทุน หรือตัวแทนขายหน่วยลงทุน หรือหากต้องการข้อมูลแบบลึกๆ ก็ติดต่อ บลจ. ที่ดูแลกองทุนนั้นๆ
5.ติดตามดูข้อมูลกองทุนของเราและข้อมูลข่าวสารต่างๆ อยู่เสมอ แต่ไม่ต้องปวดจิตปวดใจมากนัก ถ้าบางช่วงบางเวลากองทุนที่เราถืออยู่ราคาอาจปรับลดลง ลองมองยาวๆ กว้างๆ ประเมินด้วยเหตุด้วยผลว่าเป็นเหตุปกติหรือไม่ เช่น ราคากองทุนปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ตกลง ก็อาจเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องวิตกนัก หรือกองทุนที่เราลงทุนนั้นมีอะไรผิดปกติ เช่น ตลาดหุ้นบวก แต่กองทุนขาดทุนเป็นระยะเวลาที่นาน ถ้าอย่างนี้น่ากังวลและควรสอบถามไปที่ บลจ. ว่าเกิดอะไรขึ้น







