
พณ.ยันยอดเลิกกิจการเพิ่มไม่เกี่ยวกับค่าแรง
รมช.พาณิชย์ยืนยันยอดการยกเลิกธุรกิจในเดือนธ.ค.ที่เพิ่มขึ้น ไม่เกี่ยวกับการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
รมช.พาณิชย์ยืนยันยอดการยกเลิกธุรกิจในเดือนธ.ค.ที่เพิ่มขึ้น ไม่เกี่ยวกับการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยการจดทะเบียนเลิกธุรกิจเดือนธันวาคม 2555 มี 3,838 ราย เพิ่มขึ้น 3% และหากเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 55 มีการจดทะเบียนเลิก เพิ่มขึ้นจำนวน 2,078 ราย หรือเพิ่มขึ้น 118% ส่งผลให้นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วประเทศทั้งปี 2555 รวมทั้งสิ้น 16,936 ราย เพิ่มขึ้น 20%
นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า การเลิกกิจการในเดือนธันวาคมไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท โดย 58% ที่เลิกกิจการมาจากปัญหาการขาดทุนสะสม และอีก 37% เป็นการปิดกิจการจากการจัดตั้งบริษัทเพื่อเข้ามารับสัมปทานภาครัฐ โดยบางรายที่ไม่ได้รับสัมปทานและไม่ได้ดำเนินธุรกิจต่อ ขณะที่ 5% เกิดจากปัญหาการบริหารงานภายในองค์กร ส่วนธุรกิจขายส่งเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย มีสัดส่วนที่เลิกกิจการ เพียงไม่ถึง 100 ราย
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว รัฐบาลได้เริ่มทดลองใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 โดยได้นำร่องใน 7 จังหวัดมาแล้ว ซึ่งยังไม่พบกิจการใดที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง ส่วนการปรับขึ้นทั่วประเทศเพิ่งมีผลบังคับได้เพียง 9 วัน ดังนั้นการปิดกิจการของภาคเอสเอ็มอีจึงไม่ได้มาจากนโยบายดังกล่าว แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน คณะรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไปจัดทำฐานข้อมูลตรวจสอบทางบัญชีย้อนหลังของกิจการที่เลิกและปิดกิจการไป ว่าเกิดจากสาเหตุใดเพื่อนำข้อมูลชี้แจงต่อสาธารณชนได้รับทราบ
สำหรับยอดจดทะเบียนธุรกิจในเดือนธันวาคม 2555 ว่า มีการยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ 4,540 ราย เพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บริการนันทนาการ บริการด้านวิทยุโทรทัศน์ และก่อสร้างอาคารทั่วไป ส่งผลให้ภาพการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทปี 2555 มีจำนวน 63,845 ราย เพิ่มขึ้น 8,446 ราย หรือเพิ่มขึ้น 15% นับเป็นยอดจดทะเบียนเกิน 6 หมื่นราย เป็นครั้งแรก และมีมูลค่าจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 337,981 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี







