posttoday
ปรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำให้สั้นลง

ปรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำให้สั้นลง

07 มกราคม 2556

ราคาทองคำเปิดศักราชปี 2556 ด้วยความผันผวนรุนแรง หลังจากที่เล่นตามข่าว Fiscal Cliff ที่น่าจะประสบความสำเร็จ ก็ปรากฏว่าขึ้นไปได้เพียงวันเดียวก็กลับร่วงลงมาต่อ ซึ่งราคาทองคำก็มีการเคลื่อนไหวตามข่าวอีกเช่นเดิม จากความตื่นกลัวว่าจะมีการหยุดการใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินในปี 2556 อันจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำมีความอ่อนไหวต่อข่าวค่อนข้างมาก หรืออาจกล่าวในทางภาษานักลงทุนที่เรียกว่า เป็นการเล่นตามข่าวมากกว่าที่จะเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยพื้นฐาน อันจะเห็นได้ว่า ปัจจัยพื้นฐานของทองคำยังดูค่อนข้างดี กล่าวคือ เงินเหรียญสหรัฐที่ยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าลง รวมทั้งการที่คนว่างงานก็ดูจะเพิ่มขึ้นจาก 7.7% มาอยู่ที่ 7.8% ซึ่งเป็นตัวเลข Jobless Claims ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนวันศุกร์

ราคาทองคำเปิดศักราชปี 2556 ด้วยความผันผวนรุนแรง หลังจากที่เล่นตามข่าว Fiscal Cliff ที่น่าจะประสบความสำเร็จ ก็ปรากฏว่าขึ้นไปได้เพียงวันเดียวก็กลับร่วงลงมาต่อ ซึ่งราคาทองคำก็มีการเคลื่อนไหวตามข่าวอีกเช่นเดิม จากความตื่นกลัวว่าจะมีการหยุดการใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินในปี 2556 อันจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำมีความอ่อนไหวต่อข่าวค่อนข้างมาก หรืออาจกล่าวในทางภาษานักลงทุนที่เรียกว่า เป็นการเล่นตามข่าวมากกว่าที่จะเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยพื้นฐาน อันจะเห็นได้ว่า ปัจจัยพื้นฐานของทองคำยังดูค่อนข้างดี กล่าวคือ เงินเหรียญสหรัฐที่ยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าลง รวมทั้งการที่คนว่างงานก็ดูจะเพิ่มขึ้นจาก 7.7% มาอยู่ที่ 7.8% ซึ่งเป็นตัวเลข Jobless Claims ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนวันศุกร์

ดังนั้น MTS Gold จึงวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การลงทุนในปี 2556 สำหรับนักลงทุนทองคำให้เล่นสั้นลง จากการที่ดูสภาพตลาดที่ผ่านมาในปีก่อนและปัจจุบัน อันจะเห็นสภาพของการแกว่งของราคา ค่อนข้างมาก และเป็นเชิงของการกระชากขึ้นหรือลงตามข่าว ดังนั้น ในเชิงของการลงทุนจึงทำให้นักลงทุนระยะยาวโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะติดดอย หรือที่เรียกว่าติดราคาสูงและไม่สามารถขายออกมาได้ จึงแนะนำกลยุทธ์ในการเล่นสั้นหรืออาจจะไม่ถือครองข้ามวัน หรือเล่นในลักษณะที่เรียกว่าเป็นระยะสั้น 35 วันแล้วปิดสถานะ

การปรับเปลี่ยนพัฒนาในกลยุทธ์ของทองคำ

MTS Gold ศึกษาและวิเคราะห์ตามกลยุทธ์หลักๆ จึงแนะนำให้นักลงทุนในทองคำปรับกลยุทธ์ในการลงทุนปี 2556 โดยเริ่มจากการปรับแนวคิดในการลงทุนของตัวเราก่อน อันที่หนึ่ง คือ การที่จะต้องปรับปรุงแนวคิดตนเองเพื่อให้ทันกับสภาพตลาดทองคำที่เปลี่ยนแปลงไปที่มีความผันผวนรวดเร็วที่เราเรียกว่า You Must Learn and Manage your own Trade. ในหัวข้อตรงนี้ก็คือ การที่เราเอาประสบการณ์และความเปลี่ยนแปลงไปของตลาดทองคำมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การซื้อขายตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ควรจะซื้อขายเป็นระยะสั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีการใช้ Stop Loss อยู่เสมอๆ ทุกวัน เพื่อที่จะหยุดสภาวะความเสี่ยงของความผันผวนของราคา

คำว่า Stop Loss ก็คือ การใช้คำสั่งขายเมื่อราคาปรับตัวลดลงรวดเร็วรุนแรงเพื่อหยุดภาวะขาดทุนได้รวดเร็วขึ้น

ในขณะที่ทองคำเองก็มีความเสี่ยงในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยนที่ดูจะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันจะเห็นได้จากค่าเงินบาทในสัปดาห์แรกของปีก็มีความผันผวนในทิศทางแข็งค่าขึ้น ก็เป็นอีกตัวที่กดดันราคาทองคำในรูปของเงินบาทเช่นเดียวกัน จึงแนะนำให้นักลงทุนเล่นสั้น เข้าออกเร็ว ก็จะช่วยลดภาวะของผลกระทบจากค่าเงินบาทไปได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ดี การที่จะต้องรู้จักภาวะขาดทุน โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Gold Online ที่มีประสิทธิภาพในการหยุดภาวะขาดทุนให้ท่านได้ ซึ่งในโปรแกรมตรงนี้ก็จะอยู่ในโปรแกรมของบริษัท MTS Gold ซึ่งสามารถวางคำสั่งล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้อย่างดี

ข้อที่สอง คือ การซื้อขายไปตามสภาพตลาดหรือราคาตลาดที่เป็นจริง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Trade what you see, Not What You Think / Feel. หมายความว่า นักลงทุนโดยส่วนใหญ่มักจะซื้อขายทองตามที่มีความรู้สึกว่าต่ำหรือสูงเกินไป ก็จะทำการเข้าซื้อขาย หรือซื้อขายตามข่าวที่เล่นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น QE 3 หรือ Fiscal Cliff ก็ตาม ก็เกิดความคาดหวังต่างๆ ว่าทองน่าจะต้องขึ้นและก็ปักใจที่จะเพิ่มพอร์ตของการลงทุนในระยะยาว ในขณะที่ลืมนึกไปว่าการลงทุนระยะยาวนั้น นักลงทุนต้องไม่ใช่ Leverage หรือไม่ใช้ Margin ที่สูงนั่นเอง ดังนั้น จึงย้ำเน้นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้เข้ากับสภาพตลาดทองคำที่มีความผันผวนและเริ่มเปลี่ยนเป็นทิศทางขาลง

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

การที่ราคาทองคำกลับปรับตัวลดลงในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ จนไม่สามารถยืนอยู่เหนือระดับ 1,680 เหรียญสหรัฐได้ ดูจะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่กลับมาเป็นแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน

ทั้งที่ในช่วงวันที่ 2 ม.ค. ราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงดูจะเป็นโอกาสทองที่จะขึ้นได้อย่างง่ายดาย แต่ก็กลับพลิกความคาดหมายลงมาเสียอีก ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น โดยใช้เครื่องมือทางเทคนิคที่สั้นลง หรือเรียกว่า Timeframe ที่สั้นลงในการควบคุมการลงทุน เพื่อที่จะสามารถขายออกเมื่อราคาดูจะอ่อนตัวหรือปรับลดลงหลุดแนวรับสำคัญ เมื่อ MTS Gold วิเคราะห์ในเชิงแนวรับแนวต้านของแต่ละวัน แล้วราคาเกิดหลุดแนวรับลงมา โอกาสที่ราคาทองจะลงต่อย่อมมีสูงมากขึ้น ซึ่งดูทางเทคนิคเครื่องมือหลายๆ ตัวทั้งระยะสั้น กลาง และยาว กลับมาเป็นแนวโน้มขาลงหมด โดยทองคำจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,630 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ทดสอบลงมา และแนวต้านด้านบนที่ 1,670 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าในสัปดาห์หน้าทองคำยังไม่สามารถยืนอยู่เหนือระดับ 1,665 เหรียญสหรัฐได้ ก็ดูว่าจะมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อได้

อย่างไรก็ดี ตามที่ได้วิเคราะห์ว่าราคาทองคำน่าจะเป็นลักษณะของการแกว่งขึ้นหรือลงสลับกัน มากกว่าที่จะเป็นแนวโน้มใดแนวโน้มหนึ่งยาวๆ จึงแนะนำให้นักลงทุนเข้าออกเร็วเพื่อลดความเสี่ยงโดยการใช้แนวรับแนวต้านระยะสั้นเข้าช่วยประกอบการพิจารณาการลงทุน และแนะนำให้นักลงทุนเริ่มลดสถานะลง คือ ลดสถานะ Long Position และพิจารณามาที่จะทำกำไรในขาลงหรือการเปิด Short Position นั่นเอง นักลงทุนคงจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในปีนี้เป็นทั้งขาขึ้นและขาลงที่สลับกันไป จึงจะสามารถทำกำไรได้ดีในตลาดทองคำ และขอให้ท่านได้ปรับปรุงการลงทุนที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เพื่อจะได้ไม่ต้องติดดอยกันในระยะยาวๆ

สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน