posttoday
โบรกเกอร์จ้องเพิ่มทุน

โบรกเกอร์จ้องเพิ่มทุน

07 มกราคม 2556

รุกมาร์จินแสนล.ขยายธุรกิจใหม่ ระวังหุ้นปรับฐาน

รุกมาร์จินแสนล.ขยายธุรกิจใหม่ ระวังหุ้นปรับฐาน

บริษัทหลักทรัพย์จ่อเพิ่มทุน หาเงินปล่อยมาร์จินโลนขยายธุรกิจใหม่ รองรับตลาดหุ้นโตต่อเนื่อง คาดให้กู้แตะแสนล้าน

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคม บล.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน) ของอุตสาหกรรม บล.ในปีนี้คงขยายตัวได้ไม่มาก เนื่องจากโบรกเกอร์เริ่มมีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด หากไม่ได้แหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) เข้ามาเสริมสภาพคล่อง ก็อาจทำให้มาร์จินโลนในปีนี้เติบโตอยู่ในกรอบจำกัดที่ 45 หมื่นล้านบาท หลังจากที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2555 จากระดับ 3 หมื่นล้านบาท ขึ้นมาเป็น 4 หมื่นล้านบาท

“การที่ตลาดหุ้นไทยเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านมูลค่าการซื้อขาย (วอลุม) และขนาดของตลาด ทำให้โบรกเกอร์จำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาโบรกเกอร์ไม่ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเลย ดังนั้นจากนี้ไปหาก บล.ต้องการทำธุรกิจใหม่ๆ หรือต้องเป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นขนาดใหญ่ (อันเดอร์ไรต์) ก็อาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการนำไปปล่อยกู้ ซึ่งยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก แต่หาก บล.ใดยังไม่ต้องการเพิ่มทุน ก็อาจต้องหาแหล่งเงินทุนจากแบงก์ หรือ TSFC เข้ามาช่วยก่อน” นางภัทธีรา กล่าว

ทั้งนี้ ประเมินว่าการปล่อยมาร์จินโลนของทั้งอุตสาหกรรมสามารถขยายตัวได้สูงถึง 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ตลาดหุ้นไทยเติบโตขึ้นมาก ทั้งในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) และวอลุมที่เพิ่มขึ้นจาก 2 หมื่นล้านบาท เป็นเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในอดีตโบรกเกอร์ก็เคยปล่อยมาร์จินโลนได้ถึงระดับ 1 แสนล้านบาทมาแล้ว ทั้งที่มูลค่าตลาดและวอลุมน้อยกว่านี้มาก

นางภัทธีรา กล่าวว่า การที่มาร์จินโลนขยายตัวอย่างรวดเร็วไม่ได้เกิดจากปล่อยกู้หรือเก็งกำไรจนเกินตัว แต่เป็นไปตามภาวะอุตสาหกรรมที่เติบโตตามพื้นฐานอย่างชัดเจน ขณะที่ปัจจุบันโบรกเกอร์มีความชำนาญในการบริหารความเสี่ยงค่อนข้างมาก รวมทั้งมีการกำกับดูแลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อย่างใกล้ชิด จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดภาวะฟองสบู่เหมือนในอดีต

สำหรับวอลุมของตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงต้นปี 2556 จนแตะระดับ 5 หมื่นล้านบาท เป็นเพราะนักลงทุนหันมาเล่นหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก และการซื้อขายเป็นลักษณะเก็งกำไรระหว่างวัน ทำให้มีอัตราการหมุนเวียนของหุ้นค่อนข้างสูง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะไม่ใช่การซื้อขายในลักษณะไล่ราคาขึ้นไปเรื่อยๆ และหุ้นที่นักลงทุนส่วนใหญ่เล่นเป็นหุ้นมีพื้นฐานรองรับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนใกล้เข้าสู่ช่วงปรับฐาน นักลงทุนจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน