posttoday
เปืดศักราชใหม่ด้วยการไม่ตกผา

เปืดศักราชใหม่ด้วยการไม่ตกผา

07 มกราคม 2556

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเดิมเช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อนระหว่าง 30.25-30.50 บาท/เหรียญสหรัฐ เรามองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการที่วุฒิสภาของสหรัฐลงนามข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาการคลัง เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงนี้ สวัสดิการการว่างงานจะถูกยืดเวลาออกไปอีก 12 เดือน ซึ่งจะช่วยผู้ว่างงานรักษาอำนาจซื้อได้อีกระยะ ส่วนภาษีเงินได้สำหรับบุคคลที่มีรายได้มากกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐต่อปีจะถูกปรับขึ้น ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) ไปได้ และลดความตึงเครียดของนักลงทุนไปพอสมควร นอกจากนี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นของจีนและสหรัฐ อาทิ การจ้างงานและจีดีพีที่ผ่านมา จึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังน่าจะฟื้นตัวได้ในปีนี้

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเดิมเช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อนระหว่าง 30.25-30.50 บาท/เหรียญสหรัฐ เรามองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการที่วุฒิสภาของสหรัฐลงนามข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาการคลัง เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงนี้ สวัสดิการการว่างงานจะถูกยืดเวลาออกไปอีก 12 เดือน ซึ่งจะช่วยผู้ว่างงานรักษาอำนาจซื้อได้อีกระยะ ส่วนภาษีเงินได้สำหรับบุคคลที่มีรายได้มากกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐต่อปีจะถูกปรับขึ้น ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) ไปได้ และลดความตึงเครียดของนักลงทุนไปพอสมควร นอกจากนี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นของจีนและสหรัฐ อาทิ การจ้างงานและจีดีพีที่ผ่านมา จึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังน่าจะฟื้นตัวได้ในปีนี้

ในอาทิตย์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในสหรัฐดีดตัวขึ้นมาบ้าง เนื่องจากความกังวลด้านหน้าผาทางการคลังได้รับการผ่อนคลาย หลังจากติดอยู่ในแดนลบช่วงสิ้นปีติดต่อกันหลายวัน อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องการปรับเพดานหนี้ขึ้นหลังจากที่สหรัฐมีหนี้เกินระดับที่กฎหมายกำหนดที่ระดับ 16.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี ยังเป็นตัวถ่วงความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มปิดลบเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กระทรวงการคลังของสหรัฐจะเริ่มดำเนินมาตรการพิเศษเพื่อให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ แต่อาจจะทำได้ถึงแค่ประมาณปลายเดือน ก.พ. และรัฐสภาต้องออกกฎหมายใหม่เพื่อให้อำนาจในการกู้ยืมเพิ่มขึ้นแก่รัฐบาล หากดำเนินการล่าช้าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกได้

ผู้กำหนดนโยบายในเฟด กำลังพิจารณาว่าจะยุติการซื้อพันธบัตรปริมาณ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน ในปี 2556 จากรายงานการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 11-12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประมาณครึ่งหนึ่งของสมาชิก FOMC ประสงค์ที่จะยุติการซื้อในช่วงกลางปีนี้ ในขณะที่ส่วนที่เหลือคาดว่าช่วงปลายปีอาจจะเหมาะสม สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาที่เฟดจะลดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจเมื่อเศรษฐกิจเติบโตได้ดีขึ้นในช่วงต่อไป อย่างไรก็ดี เฟดมีแนวโน้มที่จะคงการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน หากอัตราการว่างงานยังอยู่เหนือระดับ 6.5% ตามการตัดสินใจในการประชุมครั้งล่าสุด

ปัจจัยที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้ คือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.53 และแกว่งอยู่ในกรอบ 30.30-30.67 ค่าเงินบาทแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบกว่าสัปดาห์ก่อน (30.52-30.71) โดยปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการที่ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังจากที่สหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงหน้าผาทางการคลังได้ นอกจากนี้ ตลาดเกิดใหม่รวมถึงตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศไทยยังเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ค่าเงินบาทจึงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 30.48 (เวลาประมาณ 17.30 น.)

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3214 ค่าเงินยูโรดอลลาร์แกว่งอยู่ในกรอบ 1.3001-1.3299 โดยแกว่งตัวในกรอบที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อน (1.3164-1.3284) ค่าเงินยูโรปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องมาจากสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลังทางการเงินได้ ในขณะที่แนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจยุโรปยังคงไม่ดีนัก ทั้งนี้ดัชนี PMI ของกลุ่มประเทศยูโรโซนล่าสุดออกมาไม่ดีนัก โดยตกไปที่ระดับ 46.1 ในเดือน ธ.ค. จาก 46.3 ในเดือน พ.ย. (Benchmark = 50) นอกจากนี้ตัวเลขเกี่ยวกับภาคการผลิตที่สำคัญของเยอรมนี ยังออกมาหดตัวในเดือน ธ.ค.ด้วย อย่างไรก็ตาม ณ วันศุกร์ ยูโร/ เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.3012 (เวลาประมาณ 17.30 น.)

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 84.44 ค่าเงินเหรียญสหรัฐ/เยน แกว่งอยู่ในกรอบ 85.68-88.33 แกว่งตัวในกรอบที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย (84.20-86.64) โดยอ่อนค่าลงต่อจากสัปดาห์ก่อน เป็นไปตามทิศทางเดียวกับการอ่อนค่าลงของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ตลาดหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น แทนที่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอย่างเงินเยนและเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องมาจากสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงหน้าผาทางการคลังได้ อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าลงของเยนและเหรียญสหรัญอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจเป็นแบบชั่วคราว เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตอาจได้รับผลกระทบมาจากประเด็นโต้แย้งเรื่องงบประมาณในอนาคต ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/เยน อยู่ที่ระดับ 88.22 (เวลาประมาณ 17.30 น.)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร