
‘CPFไทยคม’บุกจีน
ตั้งรง.อาหารสำเร็จรูปครั้งแรกแลกช่องไอพีสตาร์จีนกับหุ้น
ตั้งรง.อาหารสำเร็จรูปครั้งแรกแลกช่องไอพีสตาร์จีนกับหุ้น
ตลาดจีนใหญ่จริงๆ CPF ประเดิมตั้งโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปที่เมืองชินเตา ขอเวลา 1 ปี สร้างกำไรงาม “ไทยคม” แลกช่องสัญญาณไอพีสตาร์จีนกับหุ้นพันธมิตร
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทลูกที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงไปซื้อเงินลงทุนใน Chia Tai Food Enterprise (Qinhuangdao) Co.,Ltd. ในราคารวมประมาณ 15.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 482.99 ล้านบาท เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปในประเทศจีนเป็นครั้งแรก
“เรามองเห็นโอกาสของธุรกิจอาหารสำเร็จรูปในเมืองจีน ซึ่งมีประชากรมากถึง 1,300 ล้านคน และบริษัทก็มีสินค้าที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก ฮ่อยจ๊อ เชื่อว่าจะขายของได้ดีมาก แต่ในช่วงแรกบริษัทลงทุนเพียง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเมืองชินเตา ต่อไปเราจะขยายไปทีละเมือง มองไว้ที่เมืองชินหวังเตา” นายอดิเรก กล่าว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในการสร้างโรงงาน ถึงจะสร้างรายได้และธรรมชาติของธุรกิจอาหารสำเร็จรูปจะสร้างกำไรที่ดี และราคาสินค้าไม่หวือหวาเหมือนเนื้อสัตว์
ปัจจุบัน CPF มีการส่งอาหารสำเร็จรูปไปขายต่างประเทศถึง 40 ประเทศ โดยมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปที่เวียดนาม มาเลเซีย ตุรกี และไต้หวันเท่านั้น
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาเนื้อสัตว์ ว่า ขณะนี้ราคาเนื้อไก่ดีขึ้นแล้ว ส่วนเนื้อหมูและไข่ไก่ยังไม่ดีขึ้น แต่เชื่อว่าแนวโน้มผลงานในปี 2556 จะดีกว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา
ด้านฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส คาดว่า CPF จะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 9,000 ล้านบาท ในการซื้อกิจการและก่อสร้างโรงงาน แต่เป็นลักษณะทยอยลงทุนในแต่ละเฟส สำหรับช่วงปี 2556-2559 ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เพราะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สูงถึง 1.31.5 หมื่นล้านบาท/ปี
ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556-2557 และกำหนดให้มูลค่าพื้นฐานปีนี้เท่ากับ 38.38 บาท คงคำแนะนำซื้อ
ด้านบริษัท ไทยคม (THCOM) ได้ทำสัญญากำหนดกรอบข้อตกลงกับบริษัท วาสซัคเซส โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด หรือ Vast ซึ่งถือหุ้นทั้งหมดโดยบริษัท ซินเนอร์โทน คอมมิวนิเคชั่น คอร์ปอเรชั่น ในการซื้อขายช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์ทั้งหมดสำหรับประเทศจีนให้แก่ Vast และให้สิทธิในการใช้เกตเวย์ในจีน ตลอดอายุการใช้งานของดาวเทียมไทยคม 4
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม เปิดเผยว่า ประเทศจีนเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับไทยคม และข้อตกลงครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อไทยคมและพันธมิตร โดยไทยคมจะเข้าถือหุ้นส่วนหนึ่งในบริษัท ซินเนอร์โทนฯ และจะได้ส่วนแบ่งรายได้จากการขายช่องสัญญาณของบริษัท ซินเนอร์โทนฯ ในประเทศจีนด้วย
ทั้งนี้ ปริมาณช่องสัญญาณไอพีสตาร์ในประเทศจีน มีประมาณ 24% ของปริมาณช่องสัญญาณทั้งหมดของดาวเทียมไอพีสตาร์







