
แคนนอน อีโอเอส เอ็ม ‘ฉันอยากตกเป็นทาสเธอ’
รักแรกพบเกิดขึ้นกับเคอร์มิทอีกแล้ว อิอิ หลังได้ทำความรู้จักทักทาย แคนนอน อีโอเอส เอ็ม (Canon EOS M)
รักแรกพบเกิดขึ้นกับเคอร์มิทอีกแล้ว อิอิ หลังได้ทำความรู้จักทักทาย แคนนอน อีโอเอส เอ็ม (Canon EOS M)
โดย...เคอร์มิท
สีขาวแสนสวย ที่แม้แคนนอนจะปล่อยให้คู่แข่งทั้งหลายทยอยกันออกกล้องคอมแพกต์แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่มีคุณสมบัติเหมือนกล้องเอสแอลอาร์ หรือซิงเกิลเลนส์ รีเฟล็กซ์ (SLRSingle Lens Reflex) กันไปหลายเจ้า ค่อยออกมาขอส่วนแบ่งตลาดนี้มั่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
อ่ะ... มาช้ายังดีกว่าไม่มานี่นะ กล้องแคนนอน อีโอเอส เอ็ม ชนิด ไอแอลซี หรืออินเตอร์เชนจ์เอเบิล เลนส์ คาเมรา (ILC Interchangeable Lens Camera) ปล่อยสเปกแบบความละเอียด 18 ล้านพิกเซล มาข่มคู่แข่งรายก่อนหน้า อย่าง โซนี่ เน็กซ์ เอฟ3 พานาโซนิค ลูมิกซ์ จีเอฟ5 หรือโอลิมปัส จีพีแอล5 ที่ล้วนมาพร้อมความละเอียดแค่ 16 ล้านพิกเซลเท่านั้น
นอกจากนี้ แคนนอนยังจัดเต็มจอแอลซีดีทัชสกรีนความละเอียด 1.4 ล้านจุด เมื่อเทียบกับโอลิมปัส ละเอียดแค่ 4.6 แสนจุด ส่วนโซนี่และพานาโซนิค รายละ 9.2 แสนจุด สามารถตั้งให้กดชัตเตอร์โดยผ่านการสัมผัสจอทัชสกรีนได้ด้วย โดยระบบออโตโฟกัสแล้วชัตเตอร์จึงลั่น
กล้องไอแอลซี กลายเป็นทางเลือกที่เริ่มฮิตมาก สำหรับคนที่ต้องการคุณภาพของภาพถ่ายแบบมืออาชีพ แต่ไม่ต้องการแบกอะไรหนักๆ นอกจากนี้ ยังใช้งานง่ายคล้ายกล้องคอมแพกต์อื่นๆ ของแคนนอน ทั้งอิกซัสและตระกูลจีต่างๆ คือไม่ต้องปรับตั้งค่าซับซ้อนซ่อนเงื่อนแบบกล้องรุ่นพี่ใหญ่ของช่างภาพมืออาชีพแบบเอสแอลอาร์
ถ้าบอกว่า กล้องไอแอลซีของแคนนอนที่รูปลักษณ์ต้องตานี้ เป็น “ของเล่น” เท่านั้น สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพขำๆ ไม่ใช่ของมืออาชีพ แต่ราคาเหยียบ 3 หมื่นบาท (นิดๆ) พร้อมเลนส์ 2 ตัว (เลนส์ 18-55 มม. กับ เลนส์ 22 มม.) และมินิแฟลช ก็เป็นของเล่นที่ขอกลืนน้ำลายสักเอื๊อก แล้วก็เก็บหอมรอมริบท่องอยากได้ๆๆๆ ต่อไปอีกนิด
จะว่าไป ใครอยากลงทุนก็คุ้ม เพราะนอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยเก๋ โดยผสมผสานการออกแบบระหว่างกล้องคอมแพกต์และกล้องเอสแอลอาร์ของแคนนอนเอง กล้องสามารถถ่ายเล่นแบบไม่ต้องเปลืองสมองมาก และให้ผลดีแจ่มแจ๋ว ขณะเดียวกัน ใครที่หัวไว ชอบทดลองเล่นนู่น นี่ นั่น ก็สามารถพัฒนาฝีมือในการถ่ายภาพให้กลายเป็นมืออาชีพได้ด้วยการปรับแต่ง เล่นกล้องตัวนี้ด้วยฟังก์ชันที่มีมาให้แบบกล้องแคนนอน รุ่นอีโอเอส ตัวใหญ่ๆ ได้เลย
เลนส์ 1855 มม. คือเลนส์ที่ในบ้านเราขายมาคู่กับกล้องตัวนี้ (ราคาต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ถ้าซื้อคู่เลนส์ตัวเดียว) สามารถใช้งานถ่ายวิว ถ่ายรูปเล่นแบบทั่วๆ ไป แต่สำหรับใครที่นิยมถ่ายภาพพอร์เทรตคนให้ออกมาสวย หรือชอบถ่ายภาพอาหาร ดอกไม้ แมลง ฯลฯ ขอให้ซื้อพ่วงเลนส์ 22 มม. (มาโคร) มาด้วยเถอะ จะเพิ่มความสนุกสนานในการถ่ายภาพขึ้นได้อีกอักโข (เคอร์มิทแทบวางกล้องไม่ลง อิอิ)
ระบบทัชสกรีนสำหรับผู้ที่ใช้คราวแรกๆ อาจจะไม่ค่อยชินเท่าไร แต่ยิ่งใช้ไปๆ จะรู้สึกว่าทำให้การทำงานเปลี่ยนโหมด เปลี่ยนฟังก์ชันต่างๆ ง่ายดายขึ้นอีกเป็นกอง เหมือนกับที่นิยมจิ้มจอทัชสกรีนของสมาร์ตโฟนถ่ายรูป ยังไงยังงั้น
ที่เหมือนกับสมาร์ตโฟนอีกอย่างก็คือ แคนนอนใส่ฟังก์ชันฮิต คือ ฟิลเตอร์แต่งภาพให้ได้อารมณ์ต่างๆ เอาไว้ให้เล่นเป็นเอฟเฟกต์กันด้วย (เช่นเดียวกับในกล้องของมือโปร อย่าง แคนนอน อีโอเอส 650ดี) คราวนี้ไม่รู้ว่าใครไม่ง้อใคร ระหว่างสมาร์ตโฟนกล้องแจ๋วๆ กับกล้องเดิร์นๆ ที่มีจอทัชสกรีน
แต่ที่แน่ๆ กล้องวิดีโอคงจะหมดความสำคัญลงเรื่อยๆ (สำหรับการใช้งานแบบโฮมวิดีโอ) ก็กล้องแนวไอแอลซีส่วนใหญ่มักจะออกแบบให้สามารถถ่ายวิดีโอระบบฟูลเอชดีได้ทั้งนั้น ซึ่ง อีโอเอส เอ็ม ถ่ายได้ 30, 25 และ 24 เฟรมต่อวินาที ระบบเสียงก็แจ๋ว ด้วยบิวต์อิน ไมโครโฟนระบบสเตริโอ แต่ก็มีช่อง 3.5 มม. ให้เสียบแจ็กไมค์จากภายนอกได้ด้วย แล้วก็อยากจะโหลดลงคอมพ์ หรือเชื่อมต่อผ่านเอชดีเอ็มไอไปยังจอแอลซีดีหรือแอลอีดีใหญ่ๆ ชมได้ชัดเต็มๆ ตา เสียงเต็มๆ หู
ราคาค่อนข้างสูงสักนิด แต่ศักยภาพก็สมน้ำสมเนื้อ น่าซื้อหามาใช้มาก ภาพถ่ายออกมาใสกิ๊ก แม้ความชัดตื้นชัดลึกจะยังมิอาจเทียบเท่าเลนส์มาโครของอีโอเอสรุ่นใหญ่ได้ (แต่นั่นก็ราคาอีกเท่าตัวเลยนะ) แคนนอน อีโอเอส เอ็ม มีให้เลือกทั้งตัวเครื่องสีดำ เงิน แดง และขาว







