posttoday
ห่วงตลาดข้าวไทย อาการยังโคม่า

ห่วงตลาดข้าวไทย อาการยังโคม่า

02 มกราคม 2556

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

สถานการณ์สินค้าข้าวไทยปี 2556 เป็นอีกหนึ่งปีที่ข้าวไทยต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากคู่แข่งขันส่งออกข้าวสำคัญทั้งอินเดียและเวียดนาม ที่มีแนวโน้มแข่งขันกันตัดราคาข้าวอย่างดุเดือดเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดกันอีกครั้ง หลังจากที่ผลผลิตข้าวของทั้งสองประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะเวียดนามที่ผลผลิตข้าวในปีนี้จะทุบสถิติมากสุดเป็นประวัติการณ์

ประกอบกับนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของประเทศไทย ที่รัฐบาลยังคงดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการกำหนดราคาข้าวสูงนำกว่าราคาตลาด 3040% โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่กำหนดราคารับจำนำไว้สูงถึงตันละ 2 หมื่นบาท และข้าวขาวกำหนดราคารับจำนำตันละ 1.5 หมื่นบาท เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้ประกอบการข้าวไทยทั้งภาคส่งออกและภาคผลิตเพื่อทำตลาดในประเทศ ยังคงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

และมีแนวโน้มว่าการส่งออกข้าวไทยจะเสียแชมป์ส่งออกข้าวอีกปี ขณะที่ผู้บริโภคภายในประเทศกลับต้องบริโภคข้าวถุงในราคาแพงเช่นเดิม

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกข้าวในปี 2556 เป็นอีกหนึ่งปีแห่งความลำบากของการส่งออกข้าวไทย เนื่องจากปี 2556 มีแนวโน้มว่าผลผลิตข้าวทั่วโลกจะไม่ต่ำกว่าปี 2555 แม้ว่าประเทศผู้ผลิตข้าวยักษ์ใหญ่อย่างอินเดียในปี 2556 จะมีผลิตข้าวทั้งประเทศ 100 ล้านตันข้าวสาร ลดลงจากปี 2555 ที่มีผลผลิต 104 ล้านตันข้าวสาร

ผลผลิตข้าวทั้งปีของอินเดีย ก็ยังมีปริมาณส่วนเกินจากความต้องการปริมาณภายในประเทศ 9394 ล้านตันข้าวสาร ทำให้เหลือปริมาณข้าวเพื่อการส่งออก 67 ล้านตันข้าวสาร ประกอบกับสต๊อกเก่าของอินเดียที่มีอยู่อีกหลายล้านตัน ทำให้ในปี 2556 อินเดียจะยังคงส่งออกข้าวให้กับตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกขยับขึ้นได้ไม่มากนัก

ขณะที่เวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นๆ ของโลกแข่งกับไทย โดยปี 2556 คาดว่าผลผลิตข้าวของเวียดนามจะพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประมาณ 45 ล้านตันข้าวเปลือก เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีผลผลิต 43 ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนไทยมีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 3738 ล้านตันข้าวเปลือก จาก 3334 ล้านตันข้าวเปลือก สวนทางกับความต้องการบริโภคข้าวในตลาดโลกปี 2556 มีแนวโน้มทรงตัว ทำให้คาดว่าอินเดียกับเวียดนามจะแข่งขันกันตัดราคาข้าว เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวมากขึ้น

เป็นผลจากเวียดนามจะสูญเสียตลาดข้าวในส่วนของจีนไป เพราะจีนมีผลผลิตข้าวในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกันมาอยู่ที่ 139 ล้านตันข้าวสาร จากเดิม 135 ล้านตันข้าวสาร ทำให้เวียดนามต้องไปแข่งขันตลาดข้าวกับอินเดียแทนในส่วนของข้าวราคาถูก

จากการแข่งขันตลาดข้าวที่รุนแรง ทำให้ประเมินว่าราคาส่งออกข้าวในตลาดโลกจะปรับตัวลดลง โดยราคาข้าวส่งออกของอินเดียและเวียดนามจะลดลงมาเหลือตันละ 400 เหรียญสหรัฐ จากปีนี้เฉลี่ยตันละ 405 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาส่งออกข้าวไทยปี 2556 คาดว่าจะลดลงมาเหลือตันละ 530 เหรียญสหรัฐ จากปี 2555 ราคาส่งออกข้าวไทยเฉลี่ยที่ 550560 เหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังเป็นราคาที่ห่างจากคู่แข่งส่งออกข้าวประมาณตันละ 100 เหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาข้าวไทยยังคงถูกแขวนไว้บนหิ้งเช่นเดิม

จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ประเมินว่าในปี 2556 ไทยจะส่งออกข้าวได้เพียง 66.5 ล้านตันเท่านั้น น้อยกว่าอินเดียและเวียดนามที่คาดว่าจะส่งออกได้ประมาณ 78 ล้านตัน เว้นแต่ว่ารัฐบาลไทยจะระบายข้าวในสต๊อกออกมาในราคาต่ำประมาณตันละ 450 เหรียญสหรัฐ จะทำให้ปริมาณการส่งออกข้าวไทยเพิ่มสูงขึ้น และจะกลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งได้เช่นเดิม เพราะปริมาณการส่งออกข้าวไทยจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 ล้านตัน แต่รัฐบาลต้องยอมขาดทุนมหาศาลจากต้นทุนรับจำนำไม่ต่ำกว่าตันละ 1 หมื่นบาทด้วยเช่นกัน เพราะราคาข้าวไทยห่างจากคู่แข่งมาก

“ต้องวัดใจว่ารัฐบาลจะยอมปล่อยสต๊อกข้าวปี 2556 ในราคาขาดทุนหรือไม่ ซึ่งหากรัฐบาลยอมปล่อยจะทำให้ยอดส่งออกข้าวไทยกระเตื้องขึ้น แต่รัฐบาลก็ต้องขาดทุนมหาศาล เพราะต้นทุนรับจำนำข้าวขาวอยู่ที่ตันละ 800 เหรียญสหรัฐ” ชูเกียรติ กล่าว

ขณะที่ภาคการส่งออกได้รับผลกระทบจากการแข่งขันตัดราคาที่รุนแรงของตลาดข้าวโลก ด้านผู้ประกอบการบรรจุข้าวสารบรรจุถุงก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนซื้อข้าวที่สูงขึ้นจากนโยบายรับจำนำของรัฐบาลเช่นกัน ทำให้ผู้บริโภคถูกจำกัดทางเลือกในการบริโภคข้าว เพราะหากอยากกินข้าวราคาถูก ก็ต้องเลือกบริโภคข้าวถุงคุณภาพต่ำ ในขณะที่ข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพสูง เตรียมปรับขึ้นราคาตามต้นทุนที่สูงขึ้น

สุเมธ เหล่าโมราพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดข้าวสารบรรจุถุงในปี2556 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือตลาดข้าวถุงหอมมะลิคุณภาพดี คาดว่าราคาจะปรับเพิ่มขึ้นถุง (5 กก.) ละ 1015% เนื่องจากผู้ประกอบการโรงสีที่นำข้าวหอมมะลิมาขายให้กับผู้ผลิตข้าวถุงจะต้องแย่งซื้อข้าวเปลือกหอมจากเกษตรกรแข่งกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 2555/56กับรัฐบาล ที่กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิไว้สูงถึงตันละ 2 หมื่นบาท ทำให้ราคาข้าวถุงหอมมะลิคุณภาพดีจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ถุงละ 220230 บาทขึ้นไป

กลุ่มสองคือข้าวถุงหอมมะลิระดับรองลงมา หรือเป็นข้าวหอมมะลิเก่าในสต๊อกรัฐบาล ที่รัฐบาลนำมาเปิดประมูลขายให้กับเอกชน โดยราคาจะทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2555 ที่ขายถุงละ 180190 บาท และกลุ่มสามคือข้าวสารบรรจุถุงในส่วนของข้าวขาว ซึ่งเป็นข้าวกลุ่มระดับกลางนั้น คาดว่าราคาเฉลี่ยปี 2556 จะอยู่ที่ถุงละ 120150 บาท แล้วแต่การสร้างแบรนด์ของแต่ละบริษัท โดยข้าวขาวบรรจุถุงไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ เนื่องจากต้องแข่งกับข้าวถุงธงฟ้าของรัฐบาลที่จำหน่ายให้กับประชาชนในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ทำให้ผู้ผลิตปรับขึ้นราคาไม่ได้

การปรับขึ้นราคาข้าวหอมมะลิคุณภาพดีมองว่าจะไม่กระทบกับยอดขาย เพราะจับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่พร้อมจะซื้อข้าวหอมมะลิเกรดดีมาบริโภคอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นการปรับตัวจากนโยบายรับจำนำของรัฐบาล ซึ่งเอกชนต้องไล่ซื้อข้าวแข่งราคากับรัฐ ดังนั้นจึงต้องทำข้าวคุณภาพดีออกมาเพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และยังสามารถส่งออกเพื่อแข่งข้าวหอมจากเวียดนามได้อีกด้วย เพราะข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพดีกว่า ซึ่งการคัดเลือกข้าวคุณภาพดีมาทำจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับข้าวหอมมะลิไทย

สำหรับโครงการซื้อข้าวหอมมะลิด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งทางบริษัทได้เสนอปริมาณข้าวที่จะซื้อกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำกับรัฐบาลไว้แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยมองว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้เอกชนได้ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี และเปิดโอกาสในการส่งออกข้าวหอมมะลิให้กับตลาดต่างประเทศที่ยังมีความต้องการซื้อข้าวจากไทย ส่วนการส่งมอบข้าวให้กับเอกชนจีนนั้น ขณะนี้กำลังทยอยส่งมอบไปจนถึงเดือน พ.ค. 2556 ซึ่งเป็นการซื้อขายตามปกติระหว่างบริษัท และเอกชนจีน มีปริมาณไม่กี่หมื่นตันเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน