posttoday
บิ๊กไบค์โตไม่หยุด

บิ๊กไบค์โตไม่หยุด

02 มกราคม 2556

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

หลังจากที่มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการปรับอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2555 หนึ่งในนั้นอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และเห็นผลในทันทีในวันที่ 19 ธ.ค. 2555 ซึ่งจากเดิมที่มีการจัดเก็บภาษีตามชนิดของเครื่องยนต์ ดังนี้ 1.เครื่องยนต์ 2 จังหวะ เก็บภาษีอัตรา 5% และ 2.เครื่องยนต์ 4 จังหวะ เก็บภาษีอัตรา 3% เป็นการจัดเก็บภาษีตามปริมาตรความจุกระบอกสูบ (ซีซี) ดังนี้ 1.รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 150 ซีซี เก็บภาษีอัตรา 3% 2.รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 150-500 ซีซี เก็บภาษีอัตรา 5% และรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 500-1,000 ซีซีขึ้นไป เก็บภาษีอัตรา 20% โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2555 เป็นต้นไป

กระนั้นก็ไม่มีผลกระทบต่อตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วไปแต่อย่างใด เนื่องจากขนาดเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ “แบบบ้านๆ” นั้นมีเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 100-125 ซีซีเท่านั้น ดังนั้นการคาดการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2556 จึงได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจะอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่อยู่ในระดับ 2.1-2.15 ล้านคัน หรือจะเติบโตไม่เกิน 5% จากตัวเลขดังกล่าว

แต่ที่เห็นจะได้รับผลกระทบ ที่ดูเหมือนจะไม่กระทบ สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว ก็จะเป็นรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 150 ซีซี 1,000 ซีซี.) หรือที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์” เพราะอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “ของเล่นคนรวย” ที่ในขณะนี้มีผู้เล่นในตลาดอยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศจำหน่ายในตลาดอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ตัวเลขยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป ในปี 2555 มีจำนวนประมาณ 4,000-5,000 คัน ซึ่งตัวเลขอาจจะดูเหมือนไม่มาก แต่มูลค่าสูงปรี๊ด! โดยราคามีตั้งแต่เริ่มต้นที่ประมาณ 2 แสนบาท ไปจนกระทั่ง 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ได้มีการคาดการณ์ในปี 2556 ไว้เติบโตถึงเท่าตัว หรือคาดว่าจะอยู่ในระดับ 1 หมื่นคัน จากการส่งสัญญาณการแข่งขันในตลาดดังกล่าวเริ่มมีสูงขึ้น จากผู้ผลิตหลายรายที่มีการผลิตในประเทศไทยและบางรายมีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยอีกด้วย ดังนั้นคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ในปีหน้าถึงแม้จะมีการปรับอัตราภาษีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องส่งผลกระทบต่อราคารถอย่างแน่นอน แต่หลายบริษัทผู้ผลิตยังเชื่อว่าจะมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน

ไม่เท่านั้น จากมุมมองทางด้านการแข่งขันของผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ในวงการ ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการแข่งขัน ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะมีผู้เล่นในตลาดที่จำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นจำนวน 10-20% ของยอดขายในตลาดรวม

ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) ที่ขณะนี้ภาษีนำเข้าอยู่ในอัตรา 25% และจะทยอยลดลง 5% ต่อปี ไปจนกระทั่งเหลือ 0% ในปี 2560 ประกอบกับการเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 และอีกส่วนหนึ่งมาจากการอิ่มตัวของตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วไปที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มในการต้องการเปลี่ยนเป็นขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น จำนวนเยอะขึ้นจากผลสำรวจ และการทำการตลาดที่คาดว่าจะมีมากขึ้นสำหรับผู้เล่นที่มีอยู่ในตลาดเดิมเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในเค้กชิ้นนี้อยู่

ดังนั้น เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดตั้งแต่ปี 2556 ของรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน