
ยักษ์อินเด็กซ์ ส่งตลาดอีเวนต์ปี'56สินค้าดำน้ำคึก-โซเชียลเน็ตเวิร์กบูม
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ในช่วงปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศค่อนข้างมีความคึกคัก จากการโหมจัดกิจกรรมการตลาด (อีเวนต์) ต่างๆ ออกมา หวังกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มเกือบทุกประเภท ทั้งจากรายเดิมในตลาด และการเกิดขึ้นของแบรนด์สินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะในตลาดชาเขียวพร้อมดื่มที่เริ่มไต่ระดับมูลค่าเฉียดร่วม 1 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน จาก 2 ค่ายหลัก บริษัท โออิชิ กรุ๊ป และบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ที่ผลัดกันใช้งบตลาดอย่างดุเดือดในปีก่อนร่วมกว่าพันล้านบาท
เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ผู้ดำเนินธุรกิจกิจกรรมการตลาด (อีเวนต์) กล่าวถึงแนวโน้ม (เทรนด์) การจัดกิจกรรมการตลาดในปี 2556 เป็นต้นไป คาดว่าเจ้าของสินค้าและนักการตลาดต่างจะมองเป็นภาพรวมในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งรวมถึงเจ้าของสินค้า นักลงทุนจากต่างประเทศ ที่เริ่มมองทำเลในประเทศที่มีความเป็น “แลนด์บริดจ์” สะพานเชื่อมต่อระหว่างประเทศในอาเซียนที่มีศักยภาพ เพื่อขยายการทำตลาดธุรกิจในอนาคต
ขณะที่ประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพด้านความเป็นศูนย์กลางของสำนักงาน หรือ “Head Office” ในระดับภูมิภาคอินโดจีน โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางด้านสำนักงานการตลาด (Head Office of Marketing) ในธุรกิจด้านต่างๆ จากประเทศไทย ด้วยขนาดของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรไทย ซึ่งนับจากนี้ไปรูปแบบการทำตลาดจะต้องมองถึงระดับภูมิภาคด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะแค่การทำตลาดภายในประเทศไทยเท่านั้น
ขณะที่บริษัทได้ศึกษารูปแบบ(โมเดล)การทำตลาดธุรกิจอีเวนต์ในภูมิภาคนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยการบุกเข้าไปทำตลาดในเวียดนาม และพม่า ซึ่งเชื่อว่าการที่บริษัทเข้าไปในตลาดประเทศดังกล่าวก่อนเป็นรายแรกๆก็จะทำให้ยิ่งมีข้อมูลทางการตลาดที่สำคัญ และสร้างความได้เปรีบยบต่อการทำตลาดในอนาคต
สำหรับตลาดในประเทศไทยยังมองว่ามีหลายปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปี 2556 มีความคึกคักขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของเทคโนโลยี 3จี ที่เชื่อว่าผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) รายต่างๆ จะหันมาใช้กิจกรรมการตลาดภายใต้อีเวนต์ต่างๆ มากขึ้นในปีหน้าเช่นกัน นอกเหนือจากแคมเปญ ลด แลก แจก แถม ในปัจจุบัน
สำหรับตลาดอีเวนต์ในปีหน้า คาดว่าจะมีผู้เล่นหลักๆ ในตลาด คือ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่มที่ต่อเนื่องจากในปีนี้ ที่มีพระเอกอย่างเจ้าของสินค้าเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจะขยายไปยังกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน จากการเข้ามาท้าชิงส่วนแบ่งของผู้บริโภคจากบิ๊กเพลเยอร์ ทั้งรายเก่าและรายใหม่ในตลาดน้ำอัดลม อาทิ โค้ก เป๊ปซี่ บิ๊กโคล่า และเอส โคล่า ของบริษัท เสริมสุข ในฐานะน้องใหม่รายล่าสุดของตลาด ที่เตรียมจัดหนักงบการตลาดออกมาทุ่มแคมเปญและอีเวนต์การตลาดจำนวนมหาศาลออกมาในปี 2556 นี้
นอกจากนี้ ตลาดในภาพรวมจะยังมีการเปลี่ยนแปลงมาก จากปัจจัยนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อวัน 300 บาททั่วประเทศ ที่บังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้าเป็นต้นไปทั่วประเทศ ส่งผลดีต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการหมุนเปลี่ยนบนชั้นวางสินค้าสูง (เอฟเอ็มซีจี โปรดักต์) จากกำลังซื้อรากหญ้าที่ขยายตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าของสินค้าในกลุ่มนี้หันมาใช้งบการทำตลาด และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้อีเวนต์ต่างๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมถึงกลุ่มกำลังซื้อคนชั้นกลางที่สามารถบริหารจัดการเงินในกระเป๋าได้คล่องตัวขึ้น หลังจากซื้อรถคันแรกตามนโยบายของรัฐเช่นกัน
นอกจากนี้ จากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยี 3จี คาดว่าจะผลักดันให้การจัดกิจกรรมการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก เติบโตเพิ่มขึ้นไปด้วย ซึ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ได้ใกล้ชิดมากที่สุด จากปัจจุบันพบว่ามีผู้ใช้แอพพลิเคชันสนทนาอย่าง “ไลน์” ในไทยกว่า 10 ล้านรายแล้ว และติดอันดับ 1 ใน 3 ของผู้ใช้บริการแอพดังกล่าวทั่วโลก
ทั้งนี้ จากอัตราการเติบโตต่อเนื่องของสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กในไทยตลอดช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าในปีหน้ากระแสการใช้บริการเฟซบุ๊กจะเริ่มลดลงไปบ้าง ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเจ้าของสินค้า หรือนักการตลาดในกลุ่มต่างๆ จะต้องจับตาสถานการณ์ และพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดเช่นกันในปีนี้







