
ไทยศรีผนึกพันธมิตรประกันเมกะโปรเจกต์
ไทยศรีประกันภัย ลุยงานเมกะโปรเจกต์
ไทยศรีประกันภัย ลุยงานเมกะโปรเจกต์
นายนที พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยศรีประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทมีความต้องการที่จะเข้าไปรับงานประกันภัยการก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล ที่จะเริ่มก่อสร้างในปี 2556 ไม่ว่าจะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม โครงการรถไฟฟ้า รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการรับประกันโครงการประกันข้าวของรัฐบาล
“เราจะร่วมมือรับงานไปกับพันธมิตร ทั้งทิพยประกันภัย และอาคเนย์ประกันภัย โดยที่ผ่านมาเราก็ได้งานจากโครงการรถไฟสายสีแดง และสายสีน้ำเงินมาแล้ว ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะได้งานโดยตรงจากผู้รับเหมามากกว่าได้จากรัฐบาล” นายนที กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่า เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 โดยอยู่ระหว่างศึกษาว่าจะใช้รูปแบบในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งศูนย์บริการ การเปิดสาขาใหม่ หรือตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ด้วยการร่วมลงทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น
“ตอนนี้เรากำลังคุยกับนักลงทุนท้องถิ่นในลาวอยู่ เพื่อร่วมกันตั้งบริษัทประกันขึ้นมาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้อย่างเป็นทางการในปี 2557 โดยเริ่มที่เวียงจันทน์ก่อน แล้วค่อยขยายไปยังหลวงพระบาง ส่วนที่พม่านั้นกำลังศึกษาเรื่องการตั้งสาขาก่อน แต่ถ้ามีนักลงทุนท้องถิ่นสนใจ ก็คงต้องเจรจากันอีกที เพราะมองว่าสุดท้ายแล้วพม่าก็ต้องเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนได้มากขึ้น และเป็นโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน” นายนที กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ทางรัฐบาลลาวเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% เต็ม โดยมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 100 ล้านบาท แต่บริษัทมีนโยบายจะถือหุ้นเพียง 80% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 20% จะเป็นนักลงทุนท้องถิ่นโดยมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจทั่วไป กับกลุ่มธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงกับการเมือง ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้งานของรัฐตามไปด้วย
สำหรับสินค้าที่จะนำไปเปิดตลาดที่ลาวนั้น จะเป็นแบบประกันสุขภาพก่อน โดยจับลูกค้ากลุ่มบน เพราะจากการสำรวจพบว่า กลุ่มลูกค้าระดับบนของลาว จะเข้ามารักษาตัวในไทยอยู่แล้ว เวลาเจ็บป่วย จึงมีโอกาสและความเป็นไปได้ของธุรกิจมาก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบในลาวและพม่า คือ การขาดแคลนบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานประกันวินาศภัย ดังนั้นช่วงแรกจะใช้พนักงานของบริษัทเข้าไปช่วยดำเนินการและฝึกอบรมให้ก่อน
พนักงานท้องถิ่น
มีความชำนาญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเปิดเสรีอาเซียนจะทำให้ธุรกิจอื่นๆและธุรกิจประกันของไทยมีโอกาสเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปในภูมิภาค







