posttoday
‘ไอซีที’เลื่อนสรุป

‘ไอซีที’เลื่อนสรุป

30 มีนาคม 2553

 

ผลแก้สัญญามือถือดาวเทียม แจงเอกสารเพียบต้องรอบคอบ

โพสต์ทูเดย์ — คณะกรรมการไอซีทียังไม่เคาะผลเสียหายการแก้สัญญามือถือดาวเทียมของกลุ่มชิน ยืนยันเดินหน้าเอาผิด

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแก้สัญญาสัมปทานมือถือและดาวเทียม ตามคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 4.6 หมื่นล้านบาท เปิดเผยว่า ต้องเลื่อนสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงจากกรอบที่วางไว้เดิมว่าจะเสร็จภายในเดือนนี้ออกไปอีก เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก และต้องใช้เวลาตรวจสอบตั้งแต่สัญญาเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2534

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้หารือ 23 ครั้ง ใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องการแปลงส่วนแบ่งสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2.การลดส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) จาก 25% เหลือ 20% 3.การเปิดโรมมิงสัญญาณของ บริษัท ดิจิตอล โฟน หรือดีพีซี และ 4.กรณียิงดาวเทียมไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ เป็นไปตามสัญญาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวรวมถึงตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารืออีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องวิธีการประเมินมูลค่าความเสียหายได้ หลังจากที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ไอซีที ทีโอที และกสท โทรคมนาคม รวบรวมความเสียหายเบื้องต้น

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า สำหรับความผิดในส่วนของบุคคลนั้นทางคณะกรรมการได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาคดีทางอาญา ขณะที่ไอซีทีจะพิจารณาความผิดทางแพ่ง และเอาผิดด้านวินัยกับบุคคลหรือข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าหากกระบวนการสิ้นสุด สัญญาสัมปทานจะยังคงดำเนินต่อไป ไม่ต้องยกเลิกสัมปทานเหมือน กรณีไอทีวีอย่างแน่นอน

รายงานข่าวจากทีโอที ระบุว่า มูลค่าความเสียหายของทีโอทีเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการที่เอกชนหักส่วนแบ่งรายได้ไปเป็นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม 3.4 หมื่นล้านบาท และการแก้ไขสัญญาพรีเพดอีกเกือบ 7 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายดังกล่าวเป็นการประเมินในส่วนของทีโอที ซึ่งไม่ตรงกับที่ศาลพิพากษา โดยเฉพาะในส่วนของพรีเพด ที่ศาลประเมินความเสียหายจากปี 25442549 รวม 1.4 หมื่นล้านบาท และตั้งแต่ปี 2549 จนถึงหมดอายุสัญญาอีก 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินบนพื้นฐานพรีเพดที่เติบโตในอัตรา 2 หลัก แต่ปัจจุบันตลาดพรีเพดเติบโตน้อยลงมาก ดังนั้นมูลค่าจึงไม่ตรงกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน