
ตลาดบิ๊กไบค์ไม่หวั่นแม้โครงสร้างาษีเปลี่ยน
หลังจากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการปรับอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2555 หนึ่งในนั้น อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และเห็นผลในทันทีในวันที่ 19 ธ.ค. 2555
หลังจากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการปรับอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2555 หนึ่งในนั้น อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และเห็นผลในทันทีในวันที่ 19 ธ.ค. 2555
ทั้งนี้ จากเดิมที่มีการจัดเก็บภาษีตามชนิดของเครื่องยนต์ ดังนี้ 1.เครื่องยนต์ 2 จังหวะ เก็บภาษีอัตรา 5% และ 2.เครื่องยนต์ 4 จังหวะเก็บภาษีอัตรา 3% เป็นการจัดเก็บภาษีตามปริมาตรความจุกระบอกสูบ (ซีซี) ดังนี้ 1.รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 150 ซีซี เก็บภาษีอัตรา 3% 2.รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 150-500 ซีซี เก็บภาษีอัตรา 5% และรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 500-1,000 ซีซีขึ้นไป เก็บภาษีอัตรา 20% โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2555 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วไปแต่อย่างใด เนื่องจากขนาดเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ “แบบบ้านๆ” นั้นมีเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 100-125 ซีซีเท่านั้น ดังนั้นการคาดการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2556 จึงได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจะอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่อยู่ในระดับ 2.1-2.15 ล้านคัน หรือจะเติบโตไม่เกิน 5% จากตัวเลขดังกล่าว
แต่ที่เห็นจะได้รับผลกระทบที่ดูเหมือนจะไม่กระทบ สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวก็จะเป็นรถจักรยานยนต์ขนาดกลางขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 150-1,000 ซีซี) หรือที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์” เพราะอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “ของเล่นคนรวย” ที่ในขณะนี้มีผู้เล่นจำนวนหนึ่งทั้งผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศจำหน่ายอยู่ในตลาดขณะนี้
จากการคาดการณ์ตัวเลขยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป ในปี 2555 มีจำนวนประมาณ 4,000-5,000 คัน ซึ่งตัวเลขอาจจะดูเหมือนไม่มาก แต่มูลค่าสูงปรี๊ด โดยมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 2 แสนบาทไปจนกระทั่ง 1 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มของผู้ผลิตรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่เลือกสรรนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาทยอยเปิดตัว ซึ่งหมายรวมถึงการเปิดตัวไปแล้วในปี 2555 และที่รอจะเปิดตัวในปี 2556 เห็นได้ชัดว่ามีการเตรียมการเพื่อรองรับตลาดที่คาดว่ามีความต้องการในตลาด ซึ่งจะอยู่ในขนาดเครื่องยนต์ขนาดกลางๆ ไม่เล็กไปและไม่ใหญ่เกินไป หรืออยู่ในระดับ 400-600 ซีซี
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการออกแบบที่เรียกได้ว่า เน้นไปที่ความหรูหรา ดุดัน มีสไตล์ มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่ทุกวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคมีความต้องการแบบจำเพาะเจาะจง แยกเซ็กเมนต์กันแบบยิบย่อย ทำให้ฝั่งผู้ผลิตเองจึงต้องออกแบบมาให้เอาใจผู้บริโภครวมถึงเพื่อการแข่งขันในตลาด
ในปี 2556 มีพรายกระซิบแว่วข่าวมาว่า ใครที่รอลุ้นๆ จดๆ จ้องๆ ว่าจะเป็นเจ้าของสักคัน แต่ละค่ายแต่ละยี่ห้อ คอนเฟิร์มว่า ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน!!
เรียกได้ว่าเปิดเกมรุกกันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดบิ๊กไบค์ อย่าง เอ.พี.ฮอนด้า ที่ปล่อย ฮอนด้า ซีบีอาร์ 500 จำนวน 3 รุ่น ลงสู่ตลาด
ตามด้วยค่าย ยามาฮ่า ที่ได้เปิดตัวชิมลางได้แก่ ยามาฮ่า เอฟเจอาร์ 1,300 เอ และ ยามาฮ่า เอ็กซ์ที 1,200 ซูเปอร์ เทเนเร่ ไปแล้ว
ดังนั้นแล้ว ใครที่รอรุ่นที่รักค่ายที่ชอบว่ารุ่นไหนจะมาให้พี่น้องชาวไทยได้เป็นเจ้าของหรือไม่ เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีได้เลย
สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ได้มีการคาดการณ์ในปี 2556 ไว้เติบโตถึงเท่าตัว หรือคาดว่าจะอยู่ในระดับ 1 หมื่นคัน จากการส่งสัญญาณการแข่งขันในตลาดดังกล่าวเริ่มมีสูงขึ้นจากผู้ผลิตหลายรายที่มีการผลิตในประเทศไทยและบางรายมีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยอีกด้วย
ดังนั้น คาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ในปี 2556 แม้จะมีการปรับอัตราภาษีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องส่งผลกระทบต่อราคารถอย่างแน่นอน แต่หลายบริษัทผู้ผลิตยังเชื่อว่าจะมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน
ไม่เท่านั้น จากมุมมองทางด้านการแข่งขันของผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ในวงการยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการแข่งขัน ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะมีผู้เล่นในตลาดที่จำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นจำนวน 1020% ของยอดขายในตลาดรวม
ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) ที่ขณะนี้ภาษีนำเข้าอยู่ในอัตรา 25% และจะทยอยลดลง 5% ต่อปี ไปจนกระทั่งเหลือ 0% ในปี 2560 ประกอบกับการเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมาจากการอิ่มตัวของตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วไปที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มในการต้องการเปลี่ยนเป็นขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น จำนวนเยอะขึ้นจากผลสำรวจและการทำการตลาดที่คาดว่าจะมีมากขึ้นสำหรับผู้เล่นที่มีอยู่ในตลาดเดิม เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในเค้กชิ้นนี้อยู่
การแข่งขันในตลาดตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไปของรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์จึงเป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง!!!







