
ชงวิธีเพิ่มคุณภาพตลาดทุน
เปิดเทรดตลาดอนุพันธ์24ชม.เพิ่มสถาบันในปท.คานต่างชาติ
โพสต์ทูเดย์ — นักวิชาการเสนอวิธีเพิ่มสภาพคล่องตลาดทุนไทย ลดช่องว่างการรับรู้ข้อมูลประเดิมเทรดอนุพันธ์ 24 ชั่วโมง
นายณัฐธวัช วิศาลธนโชติ อาจารย์อาวุโส มหาวิทยาลัยแมซซี (Massey University) และในฐานะอาจารย์แลกเปลี่ยนในคณะพาณิชยศาสตร์การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอบทวิจัย “ความหลากหลายมิติของสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทย : นัยต่อการกำหนดกลยุทธ์การซื้อขายและเสถียรภาพของตลาดหุ้น” ว่า สภาพคล่องของการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสม แต่การกระจายข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ทั่วถึง
ทั้งนี้ สามารถออกเป็นนโยบายมาแก้ไขได้เพื่อลดความแตกต่างด้านข้อมูล เช่น ให้มีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลใกล้เคียงกัน ขณะเดียวกันต้องให้ความรู้หรือเครื่องมือในการย่อยข้อมูลของผู้ลงทุน เพื่อจะได้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์กับการลงทุน
นอกจากนี้ การเปิดให้มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยลดความไม่สมดุลของข้อมูลข่าวสาร และเป็นช่องทางหนึ่งให้นักลงทุนได้ลงทุนทันกับเหตุการณ์ และราคาหุ้นสะท้อนความเป็นจริง แต่ก็มีข้อเสียของการเปิดให้ซื้อขายหุ้นตลอด 24 ชั่วโมงนั้น อาจทำให้มีต้นทุนการดำเนินการสูงและไม่คุ้มกับการดำเนินการ ในเบื้องต้นอาจจะเริ่มเปิดซื้อขายในส่วนของตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX ก่อน
นายณัฐธวัช กล่าวอีกว่า การลดช่วงราคา (Tick Price) ของหุ้น นับเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มสภาพคล่อง เพราะลดต้นทุนในการเข้าถึงหุ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ได้ดำเนินการมาแล้ว แต่ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง หากมากเกินไปอาจทำให้เกิดการซื้อขายดักหน้า (ฟรอนต์รัน) ได้ เพราะเมื่อต้นทุนเข้าถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีนักลงทุนบางคนกล้าอาศัยช่องว่างนี้ในการเก็งกำไรหุ้น และหากทิศทางหุ้นไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก็พร้อมขายขาดทุนได้ทันทีเพราะต้นทุนในการเข้าถึงต่ำ ทำให้ผลขาดทุนไม่มาก
ปัจจุบันแม้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีสภาพคล่องการซื้อขายในระดับเหมาะสม แต่เป็นตลาดที่มีความเปราะบางสูงมาก โดยโครงสร้างของตลาดหุ้นขึ้นอยู่กับกระแสเงินทุนจากต่างชาติเป็นสำคัญ และหากเงินทุนต่างชาติไหลออกจะส่งผลให้หุ้นทุกตัวในตลาดปรับตัวลดลง แม้แต่หุ้นที่ไม่มีนักลงทุนต่างชาติเข้าถือหรือลงทุนก็จะลงตามด้วย ควรแก้ไขโดยการเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศให้สูงขึ้น ทำให้ขนาดตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น และเมื่อนักลงทุนต่างชาติถอนการลงทุนออกไปก็จะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยไม่มาก
ดังนั้น นับตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นไทยถึง 4 หมื่นล้านบาท และผลักดันให้ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 100 จุดอย่างรวดเร็ว และล่าสุดปิดที่ระดับ 771.40 จุด







