
ทริสคงเครดิตหุ้นกู้-บางจากยังปึ้กระดับA
ทริส คงอันดับเครดิตองค์กรหุ้นกู้ “BCP” ที่ “A” แนวโน้ม “คงที่”
ทริส คงอันดับเครดิตองค์กรหุ้นกู้ “BCP” ที่ “A” แนวโน้ม “คงที่”
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม (BCP) ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท รวมถึงการผสานธุรกิจการตลาดเข้ากับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน การกระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจพลังงานอื่นที่เกี่ยวข้องและการสนับสนุนจากบริษัท ปตท.
การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงความสามารถในการ บริหารจัดการธุรกิจของบริษัทหลังอุบัติเหตุเพลิงไหม้ ตลอดจนความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าการกลั่นและความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก
พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งประกาศยกเลิก “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “ลบ” ที่ให้ไว้แก่อันดับเครดิตของบริษัท เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2555 หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในบริเวณโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2555 และกำหนดแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” ให้แก่บริษัท โดยคาดว่าบริษัทจะบริหารงานโรงกลั่นน้ำมันได้ราบรื่นและจะยังคงดำรงสถานะทางการตลาดในธุรกิจค้าปลีกเอาไว้ได้
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมันแบบคอมเพล็กซ์ได้อย่างราบรื่นและดำรงสถานะทางการตลาดในช่องทางการค้าปลีกได้ต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะสร้างรายได้ที่แน่นอนให้แก่บริษัทในระยะยาว และจะช่วยลดความผันผวนของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันได้บางส่วน
ทั้งนี้ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 บริษัทมีผลการดำเนินงานในระดับที่น่าพอใจ แม้ว่าโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทจะหยุดดำเนินงานนานถึง 3 เดือน และราคาปิโตรเลียมก็แกว่งตัวค่อนข้างกว้าง แต่บริษัทยังสามารถสร้างกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยได้ถึง 5,732 ล้านบาท
ด้านฐานะทางการเงินของบริษัทอยู่ในระดับที่ดี โดยโครงสร้างเงินทุนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่ระดับ 42.2% ณ สิ้นเดือนก.ย.2555 แม้แผนการลงทุนใหม่ในปี 25562559 คิดเป็นมูลค่ารวม 24,300 ล้านบาท อาจทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อเงินทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2555 ได้จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์ 1) และบริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (นครราชสีมา) โดยจะถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท







