
ศาลยืนคำสั่งคลังปิดเอ.พี.เอฟ.ได้
ยกฟ้องคดีปกครองของ บริษัท เอ.พี.เอฟ. ชี้คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตชอบด้วยกฎหมาย
ยกฟ้องคดีปกครองของ บริษัท เอ.พี.เอฟ. ชี้คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตชอบด้วยกฎหมาย
ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2555 ให้ยกฟ้องของบริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ โดยมีความเห็นว่าคำสั่งของ รมว.คลัง ที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีคำสั่งนายทะเบียนให้บริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ บริษัทหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2553 กรณีบริษัทไม่สามารถแก้ไขฐานะการเงินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินเป็นจำนวน 265.13 ล้านบาท และมีค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายเป็นเงินจำนวน 157.27 ล้านบาท ประกอบกับบริษัทยังฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ เช่น รับประกันภัยในระหว่างการห้ามขยายธุรกิจ จัดสรรทรัพย์สินไม่เพียงพอสำหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัย อันมีฐานะหรือการดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้เอาประกันภัย
ดังนั้น เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจจะเกิดแก่ประชาชนผู้เอาประกันภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 (1) (2) (4) และ (5) แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และมีคำสั่งที่ 1583/2553 ลงวันที่ 13 ธ.ค. 2553 เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2553 เป็นต้นไป
บริษัทได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2554 ขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษายกเลิกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หรือชะลอคำสั่งดังกล่าวไม่น้อยกว่า 120 วัน เนื่องจากเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย







